Prachachat
First Jobber ต้องรู้ 4 เคล็ดลับ ‘ทักษะทางอารมณ์’ กุญแจสำคัญที่ตำราเรียนไม่มีสอน
เพราะ ‘Hard Skills’ อาจไม่เพียงพอในโลกการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความกดดัน เด็กจบใหม่ยุคนี้ต้องเร่งเสริม ‘Emotional Intelligence’ หรือความฉลาดทางอารมณ์ ตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนจากการแค่ ‘อยู่รอด’ เป็น ‘อยู่รุ่ง’ พร้อมเผย 4 กุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและมัดใจองค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นบุคลากรระดับแถวหน้า
การเริ่มต้นงานแรก (First Job) คือ หมุดหมายสำคัญของชีวิตวัยรุ่นสู่การเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เด็กจบใหม่หลายคนก้าวเข้าสู่โลกการทำงานด้วยความมั่นใจใน ‘Hard Skills’ หรือความรู้ทางวิชาการที่ร่ำเรียนมา แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความกดดัน ทักษะด้านอารมณ์หรือ Emotional Intelligence (EQ) กลายเป็น “ตัวตัดสิน” ว่าคุณจะแค่ ‘อยู่รอด’ หรือจะ ‘รุ่งโรจน์’ ในสายอาชีพ
ข้อมูลจาก Fast Company ระบุว่า ดร.ชาร์เมน โรส ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจและการตลาด จาก Keiser University ชี้ให้เห็นว่า นายจ้างส่วนใหญ่เชื่อมั่นในทักษะทางเทคนิคของผู้ที่ได้รับเลือกเข้าทำงานอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างและทำให้พนักงานใหม่กลายเป็น “ดาวเด่น” คือความสามารถในการรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นที่เพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานจะมีให้
## 4 กลยุทธ์เสริมสร้าง EQ เพื่อมัดใจองค์กร
1. Self-Awareness รู้ทันอารมณ์ตนเอง ท่ามกลางกระแส Social Media ที่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและการแข่งขันสูง First Jobber มักเผชิญกับความวิตกกังวล ดร.ชาร์เมน ระบุว่า การจัดเวิร์กช็อปแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่คนรุ่นใหม่ต้องการการฝึกฝนผ่านสถานการณ์จำลอง เพื่อให้รู้จักหยุดคิดและวิเคราะห์สถานการณ์ แทนที่จะใช้อารมณ์ตอบโต้ทันที
2. Responsibility ผิดให้เป็น รับให้ได้ ความผิดพลาดในงานแรกเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “ทัศนคติ” เมื่อเกิดข้อผิดพลาด การยืดอกรับผิดและขอคำแนะนำเพื่อแก้ไข จะสร้างความน่าเอ็นดู และความเมตตาจากผู้ใหญ่ มากกว่าการปัดสอยหรือแก้ตัว ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้งานเป็นไปอย่างก้าวกระโดด
3. Empathy ‘ใจเขาใจเรา’ อาวุธลับสร้างพันธมิตร โดยเฉพาะ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความเห็นอกเห็นใจเป็นพิเศษ การรับฟังโดยไม่ตัดสิน จะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะเข้าหา เมื่อคุณกลายเป็นคนที่ “ทำงานด้วยง่าย” เพื่อนร่วมงานและหัวหน้าจะเต็มใจที่จะเป็นพี่เลี้ยง และช่วยผลักดันคุณในสายอาชีพ
4. Openness to Feedback เปิดรับคำวิจารณ์อย่างมือโปร การรับ Feedback คือหนึ่งในบททดสอบที่ยากที่สุด หากคุณสามารถแยกแยะได้ว่าคำวิจารณ์คือเครื่องมือพัฒนา ไม่ใช่การโจมตีส่วนบุคคล คุณจะก้าวไปได้ไกลกว่าคนอื่น แม้จะไม่เห็นด้วย แต่การรับฟังอย่างสุภาพและไม่โต้แย้งด้วยอารมณ์ คือการรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว
การสร้างความประทับใจแรก คือ การลงทุนที่คุ้มค่า อย่าลืมว่าในขณะที่คุณประหม่า เพื่อนร่วมงานก็อาจรู้สึกกังวลกับการมีสมาชิกใหม่เช่นกัน การสื่อสารที่ชัดเจน การเป็นผู้ฟังที่ดี และการแสดงออกถึงความเคารพ จะช่วยลดความตึงเครียดในออฟฟิศ และปูทางไปสู่การเป็น “บุคลากรคุณภาพ” ที่ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการคอนเนกชั่นหรือการรับรองในการเติบโตสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ททท.ดึงกลุ่ม Digital Nomad ดันไทยเป็น Workation Hub
- สันติธาร : เราเล่น “ผิดเกม” อยู่หรือเปล่า?
- อัตราการว่างงานหนุ่มสาวจีน ใกล้แตะ 19%
Read the full article on the publisher site
Prachachat →