Matichon
อนุทิน ถกจัดเวทีไอเอ็มเอฟ-ธ.โลก พิพัฒน์ปัดฝุ่นถนนยาง เล็งเปลี่ยนไฟทาง 8 แสนดวง
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
นายกฯกล่าวว่า ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank Group) และสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือนต.ค.นี้ นับเป็นภารกิจสำคัญเปรียบเหมือนโอลิมปิกด้านการเงินการคลังของโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 15,000 คน จากสมาชิก 200 ประเทศ ทั่วโลกประกอบด้วยผู้นำ และผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจการเงินระดับสูง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้แทนสถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ นับเป็นเวทีสำคัญในการหารือด้านเศรษฐกิจ และการเงินระหว่างประเทศ เวทีหนึ่งของโลก ประเทศไทยได้รับการพิจารณาและเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ประชาคมโลกยังให้ความเชื่อมั่น ในแวดวงการเงินการคลังของโลก ดังนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสำหรับการจัดงานครั้งนี้
“การประชุมเวิลด์แบงก์คือคนถือเงินทั้งหมดในโลกนี้มาบ้านเรา จึงเป็นสิ่งสำคัญมากจะทำให้เม็ดเงินทั้งหลายเขาถืออยู่ สร้างโอกาสจะทำให้ตกอยู่ในประเทศเราได้มากแค่ไหน ถือว่าเป็นงานประชุมระดับนานาชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคคลสำคัญของแต่ละประเทศร่วมเดินทางเข้ามาประชุมในประเทศไทย มีหลายประเทศผู้นำประเทศควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้ว่าจะเข้ามาประชุมในสถานะรัฐมนตรี แต่ยังมีตำแหน่งสถานะผู้นำประเทศด้วย เราต้องให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยให้ตลอดเวลาที่เขาพำนักอยู่ในประเทศไทย บางท่านเป็นถึงประมุขของรัฐด้วย จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองด้วย” นายกฯกล่าว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่ กรมทางหลวงชนบทว่า การมอบนโยบายแก่กรมทางหลวงชนบทครั้งนี้ เน้นการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ควบคู่กับการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ผ่านการผลักดันการใช้ยางพาราในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยและงานก่อสร้างทาง เพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตยางพาราไทย แนวทางดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงราคายางพาราตกต่ำ มีการหารือร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง เพิ่มการใช้ยางพาราในโครงการภาครัฐ กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดนำยางพารามาใช้เคลือบอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุบริเวณขอบทางและแนวกั้นทางโค้ง ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างโลหะ หากเพิ่มชั้นยางพาราเข้าไป จะช่วยลดแรงกระแทกและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ ผลการทดสอบพบว่าสามารถช่วยลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุได้ประมาณ 40%
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าฟื้นโครงการดังกล่าวกลับมาใช้อีกครั้ง ได้หารือร่วมกับสหกรณ์ผู้ผลิตยางพาราแล้ว 2 รอบ และเตรียมเชิญสหกรณ์ทั้ง 29 แห่งกลับมาหารือเพิ่มเติมที่กระทรวงคมนาคม เพื่อยืนยันความพร้อมผลิตและติดตั้งอุปกรณ์ยางพาราในโครงการของภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีแผนสนับสนุนให้สหกรณ์ลงทุนด้านเครื่องจักรและการผลิต เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต จะกำหนดมาตรฐานการผลิต การควบคุมคุณภาพ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างชัดเจน พร้อมตั้งคณะกรรมการและประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่วยงานวิจัย เพื่อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์และทดสอบประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย สำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมเตรียมนำงบประมาณเหลือจ่ายปี 2570 มาเริ่มดำเนินโครงการในพื้นที่นำร่องก่อน ให้ความสำคัญกับเส้นทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและจุดเสี่ยงเป็นลำดับแรก ก่อนเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นทางการในปี 2571 ทั้งในส่วนของกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง เพื่อขยายผลในวงกว้างทั่วประเทศ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันกรมทางหลวงชนบทยังมีแผนทยอยเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างเดิมใช้งานมานานและเสื่อมสภาพเป็นหลอดแอลอีดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว จากการสำรวจพบว่ามีหลอดไฟต้องเปลี่ยนประมาณ 800,000 ดวง ใช้งบประมาณเฉลี่ยดวงละมากกว่าหนึ่งหมื่นบาท คาดว่าจะใช้งบจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในการดำเนินการ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมทางหลวงชนบทเฝ้าระวังปัญหาการลักขโมยสายไฟและหม้อแปลงไฟฟ้าตามแนวถนน ขณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายพื้นที่ แม้บางจุดจะเทคอนกรีตป้องกันแล้วก็ตาม หม้อแปลงแต่ละลูกมีมูลค่ากว่า 170,000 บาท ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าส่องสว่างและงบประมาณภาครัฐ
Read the full article on the publisher site
Matichon →