← Thailand feed

Matichon

พ่อแม่ลูกสอง เจมส์-ครูก้อย ชื่นใจพี่สาว น้องเมดา เห่อ ‘น้องมีเมตตา’ หนัก ดูแลอบอุ่น

Matichon ·

พ่อแม่ลูกสอง เจมส์-ครูก้อย ชื่นใจพี่สาว น้องเมดา เห่อ ‘น้องมีเมตตา’ หนัก ดูแลอบอุ่น

อบอวลไปด้วยความสุข สำหรับครอบครัวของนักร้องหนุ่ม เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และ ครูก้อย นัชชา ภรรยา หลังได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ ‘น้องมีเมตตา’ ลูกสาวคนที่ 2 อย่างสมบูรณ์แข็งแรง ท่ามกลางความตื้นตันใจของคุณพ่อคุณแม่

ล่าสุดวันที่ 11 พ.ค.69 ‘เจมส์-ครูก้อย’ ควงคู่กันมาเปิดใจทุกโมเมนต์กว่าจะมี ‘น้องมีเมตตา’ ที่ ห้องประชุมวิชัยยุทธ 2 ชั้น 22 อาคารศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ พร้อมด้วย พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ สูตินรีแพทย์ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ แพทย์ผู้ดูแลครูก้อยตลอดการฝากครรภ์ และผ่าคลอด ร่วมให้ข้อมูลด้วย

โดย เจมส์ เผยว่า “ผมขอขอบคุณโรงพยาบาลวิชัยยุทธที่ให้การดูแลครอบครัวลอยชูศักดิ์อย่างดีมากๆ ขอบคุณคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และมีความสุข”

คลอดลูกคนที่ 2 แล้ว สุขภาพคุณแม่และคุณลูกเป็นอย่างไรบ้าง? ครูก้อย – “น้องสมบูรณ์แข็งแรงดีมากค่ะ น้ำหนักตัวดี น้ำหนักคุณแม่ก็ดี สุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณแม่ดีมาก ไม่อ่อมไม่ยมเลย ถือว่าท้อง 2 ในวัย 42 ปี เป็นไปได้ดีและสมบูรณ์แข็งแรงค่ะ”

เจมส์ – “น้องจะแข็งแรงมากครับ เพราะออกมาปุ๊บก็ร้องเสียงดังเลยตั้งแต่ลืมตาดูโลก ร้องไม่หยุดจนไปถึงห้องทำความสะอาดและชั่งน้ำหนักก็ยังไม่หยุดร้อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีค่ะ คุณหมอบอกว่าแสดงว่าปอดและระบบต่างๆ ทำงานได้ปกติ“

ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นหน้าลูก? ครูก้อย – “ความรู้สึกแรกที่อุ้มมาให้ดู จริงๆ ตั้งใจว่าจะไม่ดราม่า ไม่ซึ้ง เพราะตอนลูกคนแรกน้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ แต่คนนี้เป็นคนที่ 2 แล้ว แต่ทัดทานไม่ไหวจริงๆ น้ำตารื้นเลย แล้วเราก็มองเขาว่าเหมือนที่เห็นในอัลตราซาวด์มั้ย ทั้งจมูก ตา คิ้ว ผิว ปรากฏว่าเหมือนประมาณ 90% เลยค่ะ”

ถือว่าอยู่ในเคสที่มีบุตรยาก แล้วมีการเย็บปากมดลูกด้วย? ครูก้อย – “ใช่ค่ะ ในเรื่องของการเย็บปากมดลูกเย็บไปตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน เมื่อน้องสมบูรณ์แข็งแรงดีก็มีการเย็บปากมดลูกเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ที่เหลือก็เป็นการดูแลตัวเองเรื่องอาหาร การกิน อารมณ์ การนอน และไม่เดินเยอะเกินไป ช่วงท้องแก่ก็จะใช้วีลแชร์ตลอดค่ะ“

สำหรับคุณหมอเคสนี้ยากไหม? คุณหมอ – ”เคสครูก้อยไม่ค่อยมีปัญหา เพราะคุณแม่ดูแลตัวเองดีมาก มีความรู้เยอะมาก ทำได้ทุกอย่างแล้วเหลือแค่ผ่าคลอด(หัวเราะ) แต่ปัญหาของครูก้อยที่หมออาจจะกังวลคือเรื่องอายุเยอะ อายุ 42 เสี่ยงเรื่องเบาหวานและโครโมโซม แต่ผลตรวจทุกอย่างผ่านหมด เบาหวานผ่านแบบฉิวเฉียด อีกเรื่องหนึ่งคือที่ปากมดลูกสั้นเพราะครูก้อยเคยผ่าตัดปากมดลูกมาก่อน เราก็ประเมินไปเรื่อยๆ และให้ยาช่วย ทุกอย่างเรียบร้อยดี น้ำหนักน้องโตตามเกณฑ์มาตลอด น้ำคร่ำดี รกก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีค่ะ“

คุณพ่อลูกสองรู้สึกอย่างไรบ้าง? เจมส์ – “ตื่นเต้นมากครับ ท้องนี้ผมมีโอกาสได้เข้าไปให้กำลังใจครูก้อยตั้งแต่วินาทีที่คุณหมอลงมีด แล้วก็ได้เห็นภาพแรกของการให้กำเนิดชีวิตจริงๆ ที่คุณหมอหยิบน้องมีเมตตาออกมา ได้ยินเสียงร้องคำแรกมันก็เป็นภาพที่ตื้นตันใจ ยิ่งพอเห็นว่าเขาครบ 32 ผิวพรรณดี น้ำหนักดี ร้องเสียงดัง เรียกว่ายกภูเขาออกจากอกคนเป็นพ่อ ที่เหลือก็หาเงินจ่ายค่าเทอมครับ(หัวเราะ)“

เริ่มดูออกหรือยังว่าน้องหน้าตาเหมือนใคร? เจมส์ – ”ตอนนี้หลายคนบอกว่าเหมือนผมเป็นส่วนใหญ่ครับ“ ครูก้อย – ”ก้อยว่าคิ้วเหมือนก้อยนะ แล้ววันนี้ตาก็เริ่มเป็น 2 ชั้นแล้ว อาจจะมาทางก้อยก็ได้ค่ะ“

ทำไมถึงตัดสินใจมีลูกคนที่ 2 ในวัย 42 ปีครับ? ครูก้อย – “จริงๆ เป็นความตั้งใจอยู่แล้วค่ะ แล้วก๋ตั้งใจให้ห่างกับน้องเมดา 7 ปี เพื่อให้พี่สาวโตพอที่จะดูแลน้องได้ ก้อยมีตัวอ่อนที่ฟรีซไว้ 5 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 38 ปี เลยวางแผนในเรื่องแค่การบำรุงมดลูก การเตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรง ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเราทำได้เพราะค่อนข้างมีวินัยในการดูแลตัวเองค่ะ”

เจมส์ – “ในบทบาทของความเป็นแม่เขาก็จะมีความรู้สึกว่าต้องมีคนที่2 ให้กับน้องเมดา แต่ในบทบาทของความเป็นครูก้อยเบบี้แอนด์มัม เขาก็อยากสร้างแรงบันดาลใจให้แม่ๆ ที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไปที่คิดว่าจะมีลูกยาก เคสของครูก้อยก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่าถ้าเดินมาถูกทางและดูแลตัวเองดี อายุ 42 ก็ไม่ใช่อุปสรรค”

ชื่อ “น้องมีเมตตา” มีที่มาอย่างไร? เจมส์ – “ผมเคยได้ยินเจ้านายเก่าพูดในที่ประชุมว่า “เมตตาเป็นของสูง ถ้าอยากเป็นคนมีจิตใจสูงต้องรู้จักมีเมตตา” ผมรีบจดคำนี้ใส่สมุดไว้เลย เพราะชื่อความหมายดี สะกดง่าย ตั้งใจว่าวันหนึ่งจะเอามาตั้งชื่อลูก แล้วก็ได้ใช้จริงๆ อีกอย่างชื่อคล้องจองกับน้องเมดาด้วย จริงๆ เตรียมชื่อไว้สำหรับลูกอีกคนแล้วด้วยนะ อันนี้พูดจริงๆ แต่ต้องถามครูก้อยก่อนว่าปรานีอีกสักคนมั้ย(ยิ้ม)“

ครูก้อย – ”ถามคุณหมออยู่เหมือนกันว่ายังได้อยู่มั้ย เพราะคุณหมอผ่าคลอดแผลก็ต้องผ่าแผลเดิม“

คุณหมอ – ”เอาจริงๆ จากที่ประเมิน…ได้อยู่(หัวเราะ) มดลูกยังโอเค แผลผ่าคลอดยังไม่บางมาก พังผืดข้างในแทบไม่มีเลย เหมือนท้องแรกเลยค่ะ“

แสดงว่าอยากมีเพิ่มอีกคนนึง? ครูก้อย – ”คือเรายังไม่มีลูกชาย เลยมีความหวังนิดๆ ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมีเพิ่ม“

เจมส์ – ”แต่ที่มีเก็บไว้มีผู้หญิงอีก 6 ไม่มีผู้ชายเลย ถ้าเป็นลูกชายก็อาจจะอาจจะต้องรอมาธรรมชาติ หรือไม่ก็บำรุงไข่ใหม่“

ครูก้อย – ”แต่เรื่องการกระตุ้นไข่ใหม่ตอนนี้ยังไม่คิด แต่ถ้าฟลุกๆ มาตามธรรมชาติก็เอาค่ะ“

วางแผนการดูแลน้องและคุณแม่หลังจากนี้อย่างไรบ้าง? เจมส์ – ”แผนระยะสั้น ผู้รับเวรกลางคืนคือข้าพเจ้าเอง เด็กแรกเกิดต้องตื่นทุก 3 ชั่วโมงเพื่อให้นม แต่โจทย์ของเราคือต้องทำให้น้องเมดาไม่รู้สึกขาด และน้องมีเมตตาได้รับการดูแลเต็มที่ ฉะนั้นผมรับเวรกลางคืน ส่วนครูก้อยรับเวรกลางวัน ผมยังไปรับ-ส่งน้องเมดาเหมือนเดิมครับ“

น้องเมดามีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างเมื่อได้เห็นน้องสาว? เจมส์ – ”เขารักน้องมากครับ เพราะเราให้เขามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตอนเก็บไข่ อัลตราซาวด์ จนถึงวันคลอด คำแรกที่เขาพูดตอนเห็นน้องคือ “I love you เมตตา” แล้วก็ร้องเพลงกล่อมและจับน้องเบาๆ แบบทะนุถนอม ทำให้เราได้เห็นเลยว่าความรักของพี่สู่น้องมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องสอนเลย“

ครูก้อย – ”ชื่นใจมากค่ะ เขาโตกว่าที่เราคิด เขาอวยพรให้น้องเติบโตแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ช่วงก้อยอยู่โรงพยาบาล 5 วัน เขาก็รับผิดชอบตัวเองได้ดีมาก ไม่งอแงเลยค่ะ “

อยากให้ครูก้อยให้กำลังใจคนมีบุตรยาก? ครูก้อย – ”อยากบอกว่าอย่าเพิ่งท้อใจ ดูครูก้อยเป็นตัวอย่างได้ค่ะ อายุ 42 ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ แต่อาจจะต้องพยายามหลายครั้งหน่อย อยากให้เปลี่ยนความเสียใจเป็นพลังในการดูแลตัวเอง ที่สำคัญคือการนอนและการจัดการความเครียด ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อมและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยนี้ไปไกลมาก ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลค่ะ สำหรับใครที่อยากติดตามความรู้ดีๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรง ติดตามได้ที่ babyandmom.co.th ทั้ง Facebook และ TikTok ค่ะ”

Read the full article on the publisher site

Matichon →