← Thailand feed

Khaosod

บีโอไอ ชูไทยผงาด รับ ‘คลื่นลงทุนลูกที่ 3’ สู่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

Khaosod ·

- หน้าหลัก

- >

- เศรษฐกิจ

- >

- บีโอไอ ชูไทยผงาด รับ ‘คลื่นลงทุนลูกที่ 3’ สู่ศูนย...

เครือมติชน x AIS จัดสัมมนายิ่งใหญ่ ยกบีโอไอ กางแผนรับ ’คลื่นลงทุนลูกที่ 3‘ ปักหมุด 3 อุตสาหกรรมใหม่ ผลักดันสู่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ในหัวข้อ “ลงทุนนวัตกรรม อนาคตโลก อนาคตไทย” ที่เครือมติชนจัดขึ้นว่า จังหวะเวลาตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทยที่จะใช้การลงทุนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประเทศ จากที่ผ่านมาเกิดคลื่นการลงทุนใหญ่ไหลเข้าประเทศไทย 2 ครั้ง และตอนนี้เรากำลังอยู่ในคลื่นลูกที่ 3 เป็นระลอกที่ขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันจากสถานการณ์สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี เป็นโอกาสใหม่ของไทย

การลงทุนใหญ่ 2 รอบแรกที่ผ่านมา คลื่นลูกที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อ 60 ปีที่แล้ว เป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลไทยเริ่มจัดตั้งบีโอไอเพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางการค้าเป็นครั้งแรก เน้นการใช้ทรัพยากรและแรงงานเข้มข้น เพื่อเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ

คลื่นลูกที่ 2 หลังปี 2528 เกิดขึ้นจากข้อตกลงพลาซ่าแอคคอร์ด (Plaza Accord) ที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบให้ญี่ปุ่นต้องย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศและเลือกไทยเป็นฐานหลัก เน้นแรงงานและเงินทุนเข้มข้น ส่งผลให้จำนวนโครงการลงทุนจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นแบบกระโดด จากปีละ 10-15 โครงการ เป็นเกือบ 200 โครงการทันที

คลื่นลูกที่ 3 มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ มี 3 ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนทิศทางการลงทุนโลก ได้แก่ 1.เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเติบโตแบบก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แบตเตอรี่ และหุ่นยนต์

2.ความยั่งยืน มาตรฐาน ESG และเป้าหมาย Net Zero ที่ทำให้การลงทุนสีเขียว (Green Investment) เติบโต

และ 3.ภูมิรัฐศาสตร์ การปรับซัพพลายเชนโลก เพื่อการลงทุนความเสี่ยงต่ำ มีเสถียรภาพ และมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยข้อมูลการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ปี 2567 ทั่วโลกลดลง 11% แต่อาเซียนเพิ่มขึ้น 8% ทำให้ปัจจุบันอาเซียนกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ธนาคารโลกเรียกว่าเป็น Bright Spot สำหรับการลงทุน

“ประเทศไทยมีความโดดเด่นทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพ และซัพพลายเชนที่ครบวงจร”

ล่าสุดจากการสำรวจของ A.T. Kearney พบว่าประเทศไทยกลับเข้าสู่อันดับ 20 ของโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุน และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ สะท้อนได้จากตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในช่วงไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท จำนวนกว่า 600 โครงการ เพิ่มขึ้นถึง 2.4 เท่า โดยกลุ่มดิจิทัล ทั้งเดต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ เซอร์วิส ครองอันดับ 1 ตามด้วยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอวางเป้าหมาย 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ 1.Bio & Green : ต่อยอดจุดแข็งด้านอาหาร พลังงานสะอาด และการแพทย์ 2.อีวี สร้างระบบนิเวศครบวงจรตั้งแต่ผลิตรถ ชิ้นส่วน แบตเตอรี่ จนถึงสถานีชาร์จ 3.เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มุ่งสู่ IC Design และต้นน้ำ

4.AI พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มจีดีพีโลก 5.Automation & Robotics: รวมถึงหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (Humanoid) และ 6.ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดึง Regional Headquarter และศูนย์กระจายสินค้ามาอยู่ในไทย

สำหรับความคืบหน้าสำคัญของการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอคือ บริษัท ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก เตรียมสร้างซัพพลายเชนในไทย

บริษัท Infineon ผู้นำจากเยอรมนี กำลังสร้างโรงงานและศูนย์ R&D แห่งแรกในไทย เตรียมจ้างงานกว่า 5,000 คน และทำให้ไทยเป็นฐานผลิต Power Module ที่ใหญ่ที่สุดนอกเยอรมนี

บริษัท Analog Devices (ADI) ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐก็ได้เปิดศูนย์ IC Design และศูนย์ทดสอบใหญ่ในไทยเรียบร้อยแล้ว

สำหรับอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ (พีซีบี) ไทยมียอดลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท จากบริษัทชั้นนำ 50 รายทั่วโลกที่เข้ามาตั้งฐานผลิต PCB ประเภทพิเศษสำหรับ AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงกลุ่มชิ้นส่วนหุ่นยนต์ Humanoid ที่เริ่มมีการลงทุนเพื่อป้อนลูกค้าอย่าง Tesla, Apple และ Huawei เพิ่มเติมแล้ว

นายนฤตม์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสำคัญที่กำลังสร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนโลก และเป็นกลุ่มที่เราให้ความสำคัญ ได้แก่ 1.เอไอ ที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่และเร่งนวัตกรรม เพราะถือเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์จาก PWC ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เอไอจะส่งผลให้จีดีพีของโลกเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 15%

2.เซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นหัวใจของนวัตกรรมสู่อนาคต มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เดิมคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะแตะ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573 แต่ปัจจุบันคาดว่าจะ บรรลุเป้าหมายได้ภายในปีนี้ ซึ่งเร็วขึ้นถึง 4 ปี ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตเร็วกว่าจีดีพีโลกถึง 6 เท่า

และ 3.หุ่นยนต์และหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (Robotics & Humanoid) โดยทั้ง 3 อุตสาหกรรมนี้ สร้างโอกาสต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อการเปลี่ยนไทยจากศูนย์กลางการผลิต สู่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

## ติดตามข่าวสด

## ข่าวเด่นประจำวัน

### หวยลาววันนี้ งวดประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผลหวยพัฒนา ตรวจรางวัล ล่าสุด ออกอะไร

### ตำนานแข้ง หงส์แดง แมนฯ ยู ยกทัพรับประทานอาหารไทยซัดผัดไทยประตูผี

### ผบช.ก. เผยค้นบ้าน หมอดูชื่อดัง อมมังกร พบหลักฐานสำคัญ สั่งสอบปม 'โน้ส อุดม' เคยแฉ

### อากาศวันนี้ ใต้มีฝนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับภาคเหนือ และกทม. เผยชื่อ 45 จังหวัดฝนถล่ม

### เด็กจีนวัย 13 เปย์นักวาดออนไลน์หนัก พ่อรู้ทีหลัง เงินแทบไม่เหลือ หมดเกือบล้าน

### ราคาน้ำมันวันนี้ 12 พ.ค.69 ปั๊มไหนราคาเท่าไหร่บ้าง มีผลแล้ว 05.00 น.

### ร้านขายยา ให้เด็ก 19 ปีเฝ้า ขายยาเขียวเหลือง-แก้ไอ ให้วัยรุ่นในพื้นที่

### แม่ค้าดัง ปล่อยโฮขอโทษ ไม่มีเจตนาไม่ดีเลย เอาไส้กรอกไปให้อาหารปลา นึกว่าให้ได้

### สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เปิดชื่อ 41 จังหวัด เตือน ฝนถล่ม ลมแรง

### ไวรัล ม่านรูดสุดประหยัดในประเทศญี่ปุ่น ค่าเข้าครั้งละ 200 บาท

ภาพที่

Read the full article on the publisher site

Khaosod →