Matichon
‘วัชรพงษ์-ศรัณรัศศ์’ จูงมือปั้น SARAN เทียบยีนส์แบรนด์ดัง สู่รายได้พันล้าน
หลังจากคลุกคลีอยู่ในวงการขายกางเกงยีนส์มากกว่า 10 ปี ทำให้ วัชรพงษ์ กลางชนีย์ (โจ้) และ ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล (หมวย) เข้าใจปัญหาของลูกค้าคนไทย ที่วิตกถึงเรื่องสรีระที่ “ไม่ใช่ยีนส์ทุกตัวที่ใส่แล้วดูดี เพราะรูปร่างของคนไทยแตกต่างจากชาวตะวันตก” จึงนำประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน สร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “MUAYY” (ยีนส์ป้ายหมวย) ภายใต้บริษัท สวยไม่ไหว 2020 จำกัด ป้อนสินค้าที่ตอบโจทย์รูปร่างคนไทย และวิธีการนำเสนอผ่านการไลฟ์สด ทำให้ยีนส์ป้ายหมวยได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนชื่นชอบแฟชั่นอย่างแพร่หลาย เพียง 3 ปีจากนั้นหรือในปี 2565 ยกระดับการทำธุรกิจอีกขั้น ลงทุนพัฒนาสินค้าและรีแบรนด์ใหม่เป็น “SARAN JEANS” พร้อมจุดขาย “ของดีที่ไม่แพง” เพื่อให้ทุกคนสามารถใส่ยีนส์คุณภาพดีได้ในราคาที่เข้าถึงได้
พร้อมก้าวเข้าสู่ออฟไลน์เปิดการขายตามห้าง
หลังจากบุกเบิกการขายออนไลน์มานานกว่า 11 ปี ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง จุดพลิกอีกรอบในปี 2567 เมื่อยอดขายสูงถึงกว่า 1 ล้านตัว จึงตัดสินใจบุกออฟไลน์เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นปี 2568 นำร่องสาขาแรกในห้างโรบินสัน สาขาบุรีรัมย์ ยอดขายดีต่อเนื่อง จนช่วงปลายปี 2568 แบรนด์ SARAN สร้างแรงส่งแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง จากผลสำเร็จจัด Grand Opening ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ประกาศแผนธุรกิจเปิดจำหน่ายในห้างอย่างเป็นทางการครั้งแรก
และเปิดตัวอย่างสวยงาม เมื่อซุปเปอร์สตาร์ “อั้ม พัชราภา” และดารานักแสดงมากหน้าหลายตา ร่วมสวมใส่กางเกงยีนส์ SARAN ในงานเปิดตัว จนสร้างปรากฏการณ์ “ห้างแตก” เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าอย่างห้างสรรพสินค้า
จากจุดแรกของการขยายสาขา
“หมวยเป็นแม่ค้าออนไลน์ตั้งแต่ยุคแรกๆ เริ่มจากเอาของที่ประตูน้ำมาขายเหมือนแม่ค้าทั่วไป แรกๆ ลองทุกสิ่งทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ สุดท้ายมาโดนใจที่กางเกงยีนส์ เพราะกางเกงยีนส์เป็นครั้งแรก เอาของมาขาย 20 ตัว ขายหมดภายในวันเดียว จึงโอเคงั้นมุ่งกางเกงยีนส์นี่แหละ การขายค่อยๆ โตขึ้นๆแต่เพราะเราต้องการลดปัญหาด้านสินค้าสำเร็จรูป บางทรง บางรุ่น ไม่เหมาะหรือเราเองก็ใส่ไม่สวย อยากให้มันเข้ารูปหรือกระชับมากกว่านี้เลยตัดสินใจทำแบรนด์ป้ายหมวย (MUAYY) จากเดิม 390 บาท พอมีแบรนด์และแบบของเราเอง เราขาย 890 บาทก็มีคนซื้อ ทำมาเกือบ 2 ปี ช่วงนั้นต้องการทำธุรกิจอื่นด้วย ก็เจอปัญหาโดนโกง 135 ล้าน เป็นหนี้กว่า 40 ล้าน ก็กลับมาใหม่ ตั้งสติ และหันมามองสิ่งที่เราชำนาญ ซึ่งชื่อหมวยเป็นที่รู้จัก จึงใช้ชื่อจริงของหมวย SARAN เป็นชื่อแบรนด์ อีกแรงส่งที่ทำให้มุ่งเปิดสาขาในห้างและการขยายตัวไปต่างประเทศ เพราะค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มต่างๆ มีการขยับต่อเนื่อง ค่าธรรมเนียมสูงเกิน 22% จนเหลือกำไรไม่กี่บาท ยิ่งขายมาก กำไรไม่ได้มากตาม ยอดขายจาก 30 ล้าน เหลือประมาณ 7-8 ล้าน หายไป 20 กว่าล้าน พอมีห้างเข้ามาติดต่อก็ทำลองเปิดขาย ก็ได้รับการตอบรับที่ดี” คุณโจ้ย้อนถึงที่มาของ “SARAN JEANS”
สำหรับอนาคตจากนี้ คุณโจ้-คุณหมวยย้ำถึงความฝัน “SARAN JEANS” ต้องเป็นแบรนด์ยีนส์ที่มีชื่อเสียงดังระดับอินเตอร์ เหมือนหลายแบรนด์ที่เป็นตำนานของนักสะสมยีนส์ “ผ่านมา 1 ปีเศษ ตอนนี้เรามี 125 สาขา ทั้งโรบินสัน เซ็นทรัล The Mall Market Village ห้าง Local ตามจังหวัดต่างๆ ล่าสุดนี้กำลังมี Lotus’s เข้ามาเป็น Lotus’s แบบใหม่ เรามีแผนเปิด 7 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับการพัฒนาสินค้าไอเท็มใหม่ ปัจจุบันมี 72 รุ่น ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บางรุ่นเป็น Exclusive วางขายบางช่วงเวลา การคอลแลบส์กับแบรนด์อื่น เช่น วาโก้ หรือโปรเจ็กต์อื่นๆ เพราะต้องการขยายฐานลูกค้า เรามีแผนขยายทั้งสาขาในห้างเพิ่มให้ถึง 300 สาขา เปิดตลาดในต่างประเทศ ซึ่งได้เริ่มส่งออกแล้วผ่านคนไทยที่เปิดร้านจำหน่ายในไต้หวัน มีการพูดคุยกับอีกหลายประเทศ และเตรียมแตกไลน์สินค้าใหม่ เช่น น้ำยาซักผ้ายีนส์ สินค้าเสริมสุขภาพเป็นต้น ในไทย SARAN JEANS ตอนนี้อยู่ประมาณอันดับ 6 ในตลาดยีนส์ ก็มีความตั้งใจจะผลักดันจนมีชื่อเสียงเหมือนยี่ห้อดังระดับโลก จึงได้มีการลงทุนอีกครั้ง 15 ล้านบาท สร้างคลังเก็บสินค้าและสำนักงานใหม่ย่านประชาชื่น”
ทั้งคุณโจ้-คุณหมวยย้ำว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ “SARAN JEANS” ก้าวที่สี่ของการขยายปีกไปต่างประเทศ และผลักดันเป้ารายได้จากกว่า 300 ล้านบาท ทะลุ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีจากนี้
Read the full article on the publisher site
Matichon →