Matichon
ดอน ชลเกต แห่ง ‘กาแฟโรแดงxชอบ’ รีวิวสูตรชัชชาติ ชนชั้นกลางยังอยากชิมต่อ?
มากโปรไฟล์ หลายหน้า
ทยอยเปิดไพ่ให้เห็นกันแล้ว สำหรับ ‘คู่แข่ง’ ท้าชนผู้ว่าฯ ที่อึดสุดในธรณี
อีกเพียง 11 วันหมดเวลาของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้ว่าฯ คนที่ 18
ทำเอาลุ้นแทบตาไม่กระพริบ ว่าใครจะมาสานต่อ แก้โจทย์มหานคร ให้ถูกจริตคนเมือง
ผ่านคำวิเคราะห์ทำนาย หลายต่อหลายเสียงมั่นใจ ‘ยังไงก็นอนมา’
ต้องยอมรับว่าผลงานหลายอย่าง จับทางได้ตรงจุด เป็นซีอีโอสายลุย เขาถึงคนกรุงเทพฯ
แม้จะออกตัว พ่วงท้ายด้วยสโลแกน For All (เมืองน่าอยู่) ‘สำหรับทุกคน’ แต่เลี่ยงไม่ได้ กับคอมเมนต์ที่หลายฝ่ายมองว่า ‘Middle class’ เป็นทาร์เก็ตของนโยบายสไตล์ชัชชาติ
ทว่า ‘ คนชนชั้นกลาง’ คิดและรู้สึกแบบนั้นจริงหรือ ตอบโจทย์ชีวิตแค่ไหน?
ต่อไปนี้คือเสียงในหัวของ ดอน ชลเกต ประชาชนคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด เกิดลาดยาว เขตจตุจักร
ภาพแทนของคนเมืองหัวก้าวหน้า ผู้ผ่านการเรียนและใช้ชีวิตในประเทศโลกที่หนึ่ง อย่างสหรัฐอเมริกา กระทั่งกลับมาก่อร่างกิจการในบ้านเกิดย่านเทศบาลนิมิตใต้ ในฐานะเจ้าของ ร้านกาแฟโรแดง x ชอบ
ที่ขอตอบแบบเรียลๆ เลยว่า
ในช่วงวัยย่างเข้า 50 กว่า “(แทบ)ไม่เห็นว่ามีอะไรแตกต่างไปกว่าเดิม”
เพิ่มเติมด้วยความเห็นที่มีค่า หวังบาริสต้าปรับเรโช ให้ส่วนผสมกลมกล่อม
หลังลองชิม Americano, No Sugar, Extra Work สูตรชัชชาติ ทราบอาฟเตอร์เทสต์แล้วจะดื่มต่อ หรือพอก่อนดี?
⦁ บอกได้ไหมว่ารอบที่ผ่านมา เลือกใคร เห็นความเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?
เลือกผู้ว่าฯคนปัจจุบันนี่แหละ เราเห็นว่ามีการทำฟุตปาธ แต่ก็ต้องย้อนไปว่าที่ผ่านมาเห็นการปรับปรุงตรงนั้นตรงนี้อยู่บ่อยๆ เลยไม่เห็นความต่าง บอกไม่ได้ว่าการทำทางเท้าใหม่ เป็นเพราะนโยบายของผู้ว่าฯคนนี้ เป็นเพราะเขต หรือเป็นงานซ่อมแซมปกติตามรอบ อันนี้ตอบไม่ได้
⦁ ให้กี่คะแนน?
ไม่อยากจะให้ เพราะมันไม่แฟร์กับผู้ว่าฯที่เราไม่มีข้อมูลมากพอ ในองค์รวม จุดเริ่มต้นนโยบายโอเคนะ ปัญหาหลายๆ อย่างอาจจะต้องการมากกว่า 4 ปี แต่เราเห็นท่านพยายามต่อสู้กับหลายๆ เรื่องซึ่งแตกต่างจากของเดิม
หรือในภาพส่วนตัวที่ออกสื่อ อันนี้เราเห็น เรารู้ว่าคนนี้คือผู้ว่าฯกทม. รู้ว่าท่านพยายามเดินเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึง ในเชิงแบบนี้ พี่ให้ผ่าน รู้สึกว่าคนกรุงเทพฯเข้าใกล้ง่ายขึ้น สมมุติอยากเจอ ก็รู้ได้ว่าวันนี้เดินทางไปที่ไหน แต่สิ่งที่แต่ละคนร้องเรียนมันสำเร็จแค่ไหน อันนี้ตอบไม่ได้
⦁ ที่ผ่านมามีการทำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ให้ประชาชนร้องเรียนได้ เคยใช้บริการไหม?
เคย ติดต่อยาก เล่าได้ใช่ไหม (ยิ้ม) เคยวิ่งผ่าน Local Road จากดอนเมืองมาวัดเสมียนนารี จะมีช่วงจากดอนเมืองถึงหลักสี่ ไม่มีไฟยาวๆ เลย มีอีกทีคือสถานีรถไฟฟ้า แล้วมันไม่ใช่ถนนเส้นตรง อยู่ดีๆ โผล่ไปเจอตอม่อ นึกออกมั้ย เรื่องแบบนี้จะมาบอกว่า อ๋อ คุณตาไม่ดี ก็ไม่ใช่
เคยใช้บริการโทรไม่รู้จะไปทางไหน ไม่มีใครรับ พยายามเสิร์ชเลยไปอ่านเจอข้อมูลว่ามีคนพื้นที่ที่สัญจรประจำคิดเหมือนกันเยอะมาก เขาบอกว่าโยนกันไป-มา มี 3 ฝ่ายคือ กทม. รถไฟฟ้า และเขตที่คาบเกี่ยว ดอนเมือง-หลักสี่ นี่มันคือธรรมชาติของการ ‘โยน’
⦁ ผู้ว่าฯเองก็ออกมายอมรับ หนักใจในเรื่องขอบเขตอำนาจ
ผู้ว่าฯเหมือนนักการเมือง เข้ามา 4 ปีก็ต้องไป แต่ที่ท่านต้องวัดผลคือ ‘องคาพยพทั้งหลาย’ ที่ทำงานประจำ (ข้าราชการ) อยู่ยันเกษียณ ต่อให้มีผู้ว่าฯเป็นซุปเปอร์แมน แต่พวกนี้คือ คริปโตไนต์ (แร่ธาตุสีเขียวจากดาวคริปตอน บ้านเกิดของซุปเปอร์แมน ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนบั่นทอนพลังอำนาจ) หรือเป็นมอด กัดกินสิ่งที่ท่านพยายามทำ ทำลายเครดิตกัน มันไม่ควรให้ประชาชนมานั่งงงว่า ควรจะไปหาใคร?
⦁ ทำเรื่องยากให้ง่าย ประชาชนจึงจะเข้าถึงได้จริง ไม่ใช่ต้องรอผู้ว่าฯมาถึงเขตเรา?
ถูก! เราไม่ได้บอกว่าเขาไม่ทำนะ อย่างไปต่ออายุบัตรประชาชน ไม่รู้เคยได้ยินไหม สมัยก่อนจะไปติดต่อราชการ ไปเลยวันนึง แต่ล่าสุดทำบัตรใช้เวลาชั่วโมงเดียว อันนี้ดี รู้สึกว่ามันเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สถานที่ราชการควรเป็นสถานที่ที่ประชาชนเข้าไปแล้วรู้สึกไม่ตะขิดตะขวงว่าเราไปขอร้องให้ใครทำอะไร
⦁ กับ ‘หน่วยงานรัฐ’ ยังรู้สึกเหมือนต้องไปอ้อนวอน?
ใช่ ‘ข้าราชการ’ คือข้าของแผ่นดิน แปลว่าคุณมีหน้าที่ช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาสหรือความรู้ ทำบัตรประชาชน แจ้งเกิด ตาย ย้ายสิทธิ ทะเบียนบ้าน พวกนี้มันควรจะง่ายมากๆ ได้แล้ว
ไปดูงานต่างประเทศ ไปดูอะไรกัน? อันนี้พูดได้เพราะเราเคยอยู่ต่างประเทศ และเคยรับรองข้าราชการที่ไปดูงานต่างประเทศ ตอนนั้นเป็นเด็กนักเรียนอยู่แล้วมีโอกาส เขาบอก “คุณเป็นคนไทยใช่ไหม มีคณะทัวร์จากเมืองไทยมาดูงาน” ก็เลยเห็น เราเสียเงินในการพัฒนา แต่ยังไม่เห็นการพัฒนา
พูดตามความสัตย์จริง ถ้าไปสัมภาษณ์แม่ค้า ประสบการณ์ที่เขาเจออาจจะคนละแบบกัน ถามว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นไหม ถ้าอย่างนั้นระบุไปในบัตรประชาชนไปเลย จะได้ไม่ต้องคาดหวัง อ๋อ อีกสองคิวข้างหน้าคือ ท่านนั้น นายพลนี้ ส่งถึงรถ มันเป็นความเคยชินที่เราไม่ควรจะต้องทำตัวให้ชิน
⦁ แต่ก็ต้องบอกว่า ทาง กทม.พยายามแก้เรื่องทุจริตอย่างหนัก ยกกรุงเทพฯขึ้นไปอยู่บน Cloud ลดการใช้วิจารณญาณ รวมถึงมี BMA Express Service?
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องบอกว่า ทั้งหมดทั้งมวล เราในวัย 50 กว่า ยังตามทันกับ AI สมมุติว่ามีระบบโคตรดี แต่ดันไปคุยกับคนที่มีมือถือแค่เพื่อโทร กับอีกคนใช้ไอโฟน 17 ผมพูดในมุมว่า ถ้าให้วัดผลสัมฤทธิ์ของมัน กลุ่มเป้าหมายคือใคร เข้าถึงจริงไหม?
⦁ มีคอมเมนต์ในเชิงที่ว่า ยุคนี้โฟกัสกับ ‘ชนชั้นกลาง’ มากไป ส่วนตัวมองอย่างนั้นไหม?
ถ้าพูดอย่างยุติธรรม เราเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ไม่สามารถทำร้านที่ตอบโจทย์ทุกคนได้ ต้องตั้งโจทย์ก่อน อยากให้เข้าถึงใคร แล้วสุดท้ายค่อยมาวัดผลแคมเปญที่ทำ ว่ากลุ่มนี้ได้รับไหม ไม่ได้ละทิ้งกลุ่มอื่นนะ เพียงแต่ตอนนี้เราเอากลุ่มนี้เป็นที่หนึ่งก่อน แล้วไล่เรียงไป ถ้าเขาไม่ได้รับประโยชน์ ก็เท่ากับคุณเฟล ส่วนกลุ่มที่เหลือคือ โบนัส
⦁ ในด้านการสั่งการ กระตุ้นเขต ปิดจบเรื่องร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue ถือว่าถูกทางไหม?
อันนี้เริ่มต้นดี การที่คนร้องเรียนแปลว่ามีอะไรหลายอย่างต้องแก้ แต่ก็ต้องกรองเอาเสียงร้องเรียนที่มีคุณภาพจริงๆ มาแยกย่อยหัวข้อ หมวดหมู่ กระจายงานไปหมวดนั้นๆ แล้ววัดผลรายวัน
ถ้าเกิดได้ผลตอบแทน แล้วคุณมีหลักฐานยืนยันชัดเจน มันคือฐานเสียงเลยนะ! ไม่ต้องไปสัญญาอะไรมาก เพราะมันจะฆ่าตัวคุณถ้าคุณทำไม่ได้ คนไทยเจ้าคิดเจ้าแค้น รักมากเกลียดมาก แต่รักไม่ลืมหูลืมตาก็มี
⦁ ถ้าวัดผลเป็นรูปธรรม เอาแค่หน้าบ้าน หน้าฝนที่จะมาถึงนี้ คิดว่ารอดไหม?
ก็ต้องบอกว่า เราโชคดีที่น้ำไม่ท่วม ต้องไปถามคนที่เขาท่วมทุกปี แต่โทษผู้ว่าฯไม่ได้นะ เราต้องแฟร์กับเขา ผู้ว่าฯ 1 คนต่อประชากร กทม.กลมๆ 10 ล้านคน ทีมงานให้เลยนะรวมทุกเขต 5,000 คน กับการบอกให้คน 10 ล้านคนไม่ทิ้งขยะ ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่งานยากนะ มันคือจิตสำนึก ความชุ่ย ไม่เห็นแก่ส่วนรวม พูดหยาบๆ คือเป็นสายเลือดของบ้านเรา
⦁ สวน 15 นาที เคยไปหรือยัง?
นโยบายนี้นานยัง (หันไปถามเพื่อน เพื่อนก็ไม่ทราบ) อ่ะ จบแล้ว สวนทางกับทีมของ อ.ชัชชาติมากนะ แทบจะมีดิจิทัลแคมติดตัวตลอดเวลา นั่นคือจุดแข็งของเขาในมุมของเรา ถ้าเป็นผู้ว่าฯคนอื่น เราเคยชินว่าเขาไม่ได้ทำสื่ออยู่แล้ว การตกสื่อเลยเป็นเรื่องปกติ อันนี้เขาเน้นสื่อตั้งแต่นาทีแรกว่า ชัชชาติคือใคร แต่ถ้าเกิดบอกเรื่องนี้แล้วประชาชนคนธรรมดาไม่เคยได้ยิน ให้ตกเลย
⦁ ไม่เทรวม ได้ลงทะเบียนหรือยัง?
เคยได้ยิน แต่ยัง เพราะต่อให้แยก หนึ่ง-ต้นทางก็คงเอาไปรวมกันอยู่ดี สอง-ไปถึงปลายทางรวมหรือเปล่า? เชื่อว่าหลายๆ คนคิดแบบนั้น เราอยากร่วมมือ แต่คุณให้ผมทำยังไงก่อน
นโยบายดี แต่คุณคิดไม่จบอ่ะ ประชาชนไม่อยากให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ไม่ใช่ในทางต่อต้าน แต่คิดว่าคุณไปเพิ่มความลำบากให้เขา สุดท้ายแล้วก็ไม่เห็นปลายทาง อ่ะ สมมุติเรายอม แต่แคมเปญนี้มันวัดผลยังไง?
แยกขยะ ต่างประเทศเขามีบทลงโทษชัดเจน
มีถังขยะสีเสนอให้คุณเลย ที่สาธารณะเขามีถังแยกเลยว่า ทั่วไป เปียก รีไซเคิล ซึ่งเราก็พยายามแยกทั้งๆ ที่ไม่รู้นะ “กูไป ทั่วไป ก่อนแล้วกันวะ ชัวร์ๆ เพราะรีไซเคิลน่าจะเป็นพลาสติก” บางทีเราคิดงั้น แต่พลาสติกบางอันมันรีไซเคิลไม่ได้เพราะมันมีสติ๊กเกอร์ แต้มสี มีอะไรอย่างเนี่ย
คุณต้องให้ความรู้คนก่อนว่า การแยกขยะมีประโยชน์ยังไง? ทดลองเลยชุมชนนึง แจกถุงพลาสติกให้ อย่างร้านเราแยก เพราะเอาพลาสติกไปขาย
⦁ ผู้ว่าฯเองก็ยอมรับว่า ‘ไม่เทรวม’ เป็นโครงการที่หนักใจ
ถ้าเกิดให้แยก คุณมีรถขยะที่บอกให้เห็น คนยกแล้วแยก เราไม่ได้เกรงใจผู้ว่าฯนะ เราจะเกรงใจคนเก็บมากกว่า โหยย เราก็ต้องแยกให้เขาสิวะ เขาอยู่กับของเหม็นอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่โยนตู้ม 3 ถุง ลงไปที่เดียวกันหมด
⦁ อาจจะใช้มุมนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ ในการขับเคลื่อนเมือง ‘ความมีน้ำใจ’ ช่วยเหลือกันของคนไทย หรือผู้ว่าฯคนต่อไป ต้องรณรงค์ให้หนักขึ้น?
นโยบายที่ตั้งเป้า ดีนะ แต่คุณควรเรียนรู้ปัจจัย คนที่เขาจะมีส่วนร่วมบุคลิกแบบไหน เหมือนเราเปิดร้านกาแฟไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเรียนรู้ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงาน พักช่วงไหน เราก็ขยับตาม แต่ต้องรู้กลุ่มเป้าหมาย ถ้าเป็นคุณตาเดินมาซื้อไม่ได้ เราก็ให้คนไปส่ง หรือถ้าเป็นกลุ่มคนดื่ม แปลว่าตอนเย็นต้องจัดสภาพแวดล้อมให้สวย
เราไม่สามารถสนอง Need ให้ทุกคนบนโลกนี้ได้ แต่เอา ‘คนส่วนใหญ่’ เขาบอกว่าคนจนดีลยากที่สุด เพราะไม่รู้ความต้องการตัวเอง การที่เรารู้พฤติกรรมของคนหมู่มาก มันเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้การทำงานสำเร็จ
⦁ ถ้าเป้าหมายของกรุงเทพฯ คือ ‘เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ ตอนนี้ถึงหรือยัง?
ต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘ความฝัน’ กับ ‘เป้าหมาย’ ที่เรามีขั้นตอนจะไปให้ถึง แต่ฝันคือ ตื่นแล้วหาย ถามว่าอยากมีไหม อยากมีมาก ต้องบอกก่อนว่า เราเคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ จะตื่นเต้นเวลาต่างชาติเข้ามาไทยแล้วให้คำชม มันเป็นเรื่องที่ดีมาก เขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาไม่รู้กี่ชั่วโมง ตั้งใจเพื่อมาสงกรานต์ เพราะเขามีข้อเปรียบเทียบกับบ้านเขา บางคนมองว่าเมืองเราไม่น่าอยู่อย่างนั้นอย่างนี้ พูดตรงๆ จากประสบการณ์ ไม่ได้เมกอัพ…คุณต้องไปอยู่ต่างประเทศ
⦁ แล้ว ‘เมืองที่น่าอยู่’ ต้องเป็นเมืองแบบไหน?
ปัจจัย 4 พื้นฐานไม่ต้องไปคิดเยอะ ที่อยู่ อาหาร ยารักษาโรค ที่จะทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่ง ประชากรของเมืองนั้นดีขึ้นได้ เอาปัจจัย 4 มาถามคนกรุงเทพฯว่าเรามีไหม? ไม่ต้องไปคิดไกลว่า ถนน น้ำท่วม ตึกระฟ้า เอารากฐานก่อน ค่อยแตกยอดไปถึงคุณภาพชีวิต โรงเรียนที่ดี
คนไม่อยากขับรถเยอะแยะ แต่เพราะขึ้นรถสาธารณะแล้วงง ต้องไปทางไหนต่อวะ? อย่างหลานเราเขาเดินทางคล่องตัวมากนะ ถ้าบอกว่าทั้งหมดทำเพื่อเด็กรุ่นนั้น แต่สำหรับผู้สูงอายุอาจจะงง ผมดีใจกับการที่เรามีรถไฟฟ้าที่กระจายมากขึ้น แต่ก็ยังมีความขัดใจว่า ตอนทำโครงข่าย เขาไม่คุยเหรอ? หรือทำกันคนละปี จะไปเชื่อมต่อกันตรงไหน อ่ะ! อย่างเตาปูนถึงสถานีกลางบางซื่อ จากบางซื่อไปจตุจักร ไม่ถึง 5 กม. ไปต่อไม่ได้เหรอ? แล้วใยแมงมุมขาดตอนไหน เราลงทุนตั้งเท่าไหร่ ทำได้แค่นี้?
ประเทศที่มีพื้นที่น้อยกว่าเรา ‘ญี่ปุ่น’ เขาใช้รถไฟฟ้าเป็นชีวิตประจำวัน คุณต้องพิสูจน์ว่ามีที่จอดรถ ไม่ใช่อยู่ๆ มีเงินจะซื้อได้ ไม่อย่างนั้นทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน มีกี่คดีแล้วที่ยิงกันเพราะจอดล้ำ แล้วตำรวจก็บอกว่า “ไม่ใช่เรื่องของฉัน ตีกันเมื่อไหร่ก็บอก” อย่างเนี้ยะ! ไม่เกี่ยวกับผู้ว่าฯหรอก แต่อยากพูด (ยิ้ม)
⦁ เหมือนเปิดช่องให้เกิดการทุจริต ปล่อยให้เกิดปัญหา แล้วค่อยตามเช็ด?
เมืองนอกถูกสอนมาอย่างนี้ สมมุติน้ำหกในร้านกาแฟ ต้องมีคนนึงเฝ้า อีกคนเดินไปหยิบไม้ถูพื้น เขาคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วป้องกัน ไม่รอเกิดแล้ว “ขอโทษค้าบบบพี่… (ยกมือไหว้ท่วมหัว)” น้ำหกเราควบคุมไม่ได้ แต่เราควบคุมไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้
⦁ คิดให้จบกระบวนการ?
ถูก! เหมือนนโยบายต่างๆ คิดจบหรือเปล่า เราพูดเล่นจนติดปาก ถ้าเกิดประชาชนคนธรรมดาคิดได้ว่าควรจะทำแบบไหน มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่คนมีอำนาจคิดไม่ออก คนที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องที่กระทบกับคนหมู่มาก เราควรจะได้คนแบบนี้มายังไง มันดูเศร้าอ่ะ
ย้อนกลับมาที่ผู้ว่าฯปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่จำได้คือ “ผมศึกษามา 2-3 ปีก่อนที่จะมาลง” ก็มีหลายคนถาม ศึกษาเรื่องอะไร? แล้วมันช่วยอะไร ในเมื่อสายไฟก็ยังเห็น น้ำก็ยังท่วมอยู่ หรือแค่รอการระบาย
⦁ เห็นความพยายามในการทำเขื่อน ค.ส.ล. ป้องกันน้ำท่วมในจุดฟันหลอ?
สมมุติคุณเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล มีศูนย์หน้าโคตรเก่งเลย วัดผลง่ายมาก ‘ยิงได้กี่ประตู’ ไม่ต้องเลี้ยงเก่ง ป้องกันเก่ง ต่อให้คุณมีเครดิตร้อยแปดพันอย่าง ยิงไม่เข้าก็จบนะ คำว่า ‘กำลังทำ’ มันวัดอะไรได้
ถ้าเราบอกว่า โกโก้แก้วนี้ซื้อมาจากแอฟริกา น้ำแข็งจากเทือกเขาฟูจิ องค์ประกอบทุกอย่างจากสุดหล้าฟ้าเขียว น้องจิบปั๊บ คายทิ้งพรวดเลย แค่อยากได้ความอร่อยที่ต้องการ แล้วถ้าเราทำไม่ได้ สตอรี่จะมีประโยชน์อะไร
⦁ ถ้าอย่างนั้น ย้อนไปตอนที่เลือกผู้ว่าฯกทม. เลือกด้วยเหตุผลอะไร?
พูดง่ายๆ เลยนะ ‘คู่แข่งไม่น่าเชื่อถือ’ สองคือ เขายังไม่มีประวัติด่างพร้อย สามคือ อยากลองของใหม่ อยากรู้ความคิดแบบคนทันโลกทันสมัย ถ้าไปถามเด็กอายุ 18 อาจจะคาดหวังสูงมากนะ เพราะเลือกตั้งครั้งแรกแล้วเจอผู้ว่าฯท่านนี้เลย ที่พูดจาเพราะมาก ลงสื่อโซเชียล ติ๊กต็อก ยูทูบ เฟซบุ๊ก สำหรับเราอาจจะเลือกตั้งมาแล้วสิบครั้งแล้วเจอประเภทนี้หรือแย่กว่านี้มาแล้ว เลยไม่คาดหวัง เราต้องเผื่อไว้สำหรับความเสียใจหรือไม่ก็ชินชา ‘เลือกมาก็เท่านั้น’ เหมือนอย่างที่เขาพูดปัจจุบัน “จะเลือกใคร พรุ่งนี้ฉันก็ต้องเปิดร้านกาแฟเหมือนเดิม”
⦁ แล้วถ้าผู้ว่าฯกทม.คนนี้ เปรียบเป็นกาแฟ ชิมแล้วจะคายทิ้ง หรือกินต่อ?
(คิดหนัก) อาจจะตอบแบบนี้ ไม่คายทิ้งแล้วก็ไม่กินต่อ อาจจะส่งคืน “ช่วยชงให้ใหม่หน่อยได้ไหม เพราะมันยังไม่ถูกปาก”
⦁ รสชาติแบบไหนถึงจะถูกปากคนกรุง?
ข้อที่หนึ่งเลย ‘คนชง’ แต่ละคนไม่มีทางชอบเหมือนกันหรอก สูตรอาหาร-เครื่องดื่มก็ไม่เหมือน คนกินชอบสั่ง ขอ ‘อเมริกาโน่ไม่หวาน’ ดั้งเดิมไม่มีน้ำตาล แต่ถูกแปลงเพราะคนไทยชอบกินหวาน ‘เอสเปรสโซเย็น’บนโลกนี้ไม่มี แต่คนไทยชอบกินเข้ม แต่ต้องการความเย็นเพราะประเทศเราร้อน มันถูกเจาะจง-เปลี่ยนแปลงตามลูกค้า สถานที่ ว่าเขาต้องการแบบไหน
ย้อนมาที่คำถาม ก็อาจจะบอกว่า “มีตัวไหนเสนอไหม” คนชงอาจจะไม่ชงผิด แค่ไม่ถูกปากแค่นั้นเอง
⦁ ช่วงนี้เริ่มทยอยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร มีเข้าตาบ้างไหม?
เรามีปัญหากับคนเป็นดอกเตอร์ไม่รู้ทำไม ถ้าติดตามข่าวเลือกตั้ง ส.ส. เห็นเขตราชเทวี คู่แข่งที่เป็นดอกเตอร์ 4 คน แพ้นักศึกษาธรรมศาสตร์จากพรรคประชาชน ข้อที่สอง กรณี…
Read the full article on the publisher site
Matichon →