← Thailand feed

Prachachat

รฟท. ศึกษาเส้นทางรถไฟสายใหม่ “สุพรรณ-ชุมทางบ้านภาชี” เสนอครม.ปี’71

Prachachat ·

รฟท.เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชน เดินหน้าสำรวจ ออกแบบ และจัดทำ EIA โครงการรถไฟสายใหม่ “สุพรรณบุรี-นครหลวง-ชุมทางบ้านภาชี” เร่งพัฒนาโครงข่ายทางรางของจังหวัดสำคัญ เพิ่มศักยภาพการขนส่งประเทศ การเดินทางระหว่างภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 งานสำรวจ ออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายสุพรรณบุรี-นครหลวง-ชุมทางบ้านภาชี เป็นส่วนหนึ่งของแผน“ยุทธศาสตร์ระบบรางระดับประเทศ” ที่รัฐบาลได้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังถูกจัดอยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วน (2566-2570) โดยเป็นการพัฒนาทางรถไฟสายใหม่เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสายหลักเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มต้นจากทางรถไฟสายสุพรรณบุรี และไปสิ้นสุดที่บริเวณชุมทางบ้านภาชี ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ กับเส้นทางรถไฟสายชุมทางหนองปลาดุก – สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคใต้กับภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้สะดวกและต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเข้าไปในพื้นที่กรุงเทพฯ

สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการ ตามผลการคัดเลือกแนวโครงการในรายงานการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยพื้นที่ศึกษาครอบคลุมขอบเขตในระยะทาง 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 31 ตำบล 8 อำเภอ

แนวเส้นทางของโครงการมีต้นทางและปลายทางเชื่อมต่อกับแนวเส้นทางรถไฟเดิม โดยเริ่มจากบริเวณป้ายหยุดรถสะแกย่างหมู อำเภอบางปลาม้า ห่างจากเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 4.5 กม. โดยเบี่ยงขวาแยกออกจากทางรถไฟเดิมก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 357 หรือทางเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 2.7 กม. มุ่งหน้าทิศตะวันออก ขนานทางหลวงหมายเลข 357 ข้ามแม่น้ำท่าจีน ผ่านทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านทุ่งรับน้ำทุ่งผักไห่ ผ่านทุ่งรับน้ำทุ่งบางบาล ข้ามแม่น้ำน้อย ผ่านพื้นที่บ่อทรายขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

จากนั้นผ่านทางหลวงหมายเลข 309 บริเวณด้านทิศใต้ห่างจากตัวเมืองอำเภอป่าโมก ประมาณ 6 กม. ผ่านทางหลวงหมายเลข 347 และหมายเลข 32 ข้ามแม่น้ำลพบุรี แล้วจึงเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้ามแม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอนครหลวง และผ่านทางหลวงหมายเลข 3036

แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิมสายเหนือ-สายตะวันออกเฉียงเหนือก่อนถึงสถานีพระแก้ว ประมาณ 1 กม.โดยอยู่ห่างจากสถานีชุมทางบ้านภาชี ประมาณ 6 กม.จากนั้นจะก่อสร้างทางวิ่งระดับดิน เพิ่มอีก 1 ทาง ในเขตทางเดิมจนถึงย่านสถานีชุมทางบ้านภาชีเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ รวมระยะทางประมาณ 73.8 กม.แบ่งเป็นทางรถไฟยกระดับ ประมาณ 65 กม.และเป็นทางระดับดินประมาณ 8.8 กม. สำหรับบริเวณที่ผ่านเข้าพื้นที่ทุ่งรับน้ำ จะถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟยกระดับ เพื่อป้องกันน้ำท่วม

นายอรรถพล กล่าวว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งนี้ เป็นการนำเสนอร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และแนวทางการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาของโครงการให้มีความครบถ้วน รอบด้าน และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่มากยิ่งขึ้น จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และคาดว่าสามารถนำเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณภายในปี 2571

โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางราง เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางในภูมิภาค รองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าของภาคการเกษตรในทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี อ่างทอง และอยุธยา และโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค คือ ภาคกลาง-ภาคตะวันตก ของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก (CWEC)

โดยเป็นทางรถไฟสายใหม่ที่จะเชื่อมต่อในแนวตะวันตก-ตะวันออก (By Pass) สามารถเชื่อมโยงกับโครงข่ายทางรถไฟสายหลักเดิมที่มีอยู่ และโครงข่ายทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระดับประเทศ ระหว่างภาคตะวันตกกับภาคใต้ ภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้สะดวก โดยไม่ต้องขนส่งผ่านเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ (สถานีกลางบางชื่อ) รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนทั้ง 3 จังหวัด โดยเป็นทางเลือกในการเดินทางที่มีความปลอดภัยประหยัดเวลา และมีค่าใช้จ่ายต่ำ

### ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- พิพัฒน์ เจรจา BTS-BEM เดินหน้า“ตั๋วร่วม” เร่งสายสีส้ม-ม่วงใต้ เปิดตามแผน

- พิพัฒน์ เร่งรถไฟทำการบ้าน หารายได้ค่าเช่าราง ที่ดินทำเลทอง ปลดแอกหนี้ 3 แสนล้าน

- ดีเดย์ 19 พ.ค. เซ็นสัญญาสร้างสายสีแดงต่อขยายศาลายา-ธรรมศาสตร์ 2 หมื่นล้าน

Read the full article on the publisher site

Prachachat →