← Thailand feed

Prachachat

‘ชัชชาติ’ หนุน BKKCAW ปี 2 ดึงทุกคนร่วมลิขิตเศรษฐกิจสีเขียว

Prachachat ·

กรุงเทพฯ เตรียมจัด Bangkok Climate Action Week 2026 ระหว่างวันที่ 3–11 ตุลาคม จับจังหวะก่อนการประชุม World Bank และ IMF เพื่อส่งเสียงภาคประชาชนสู่ผู้นำเศรษฐกิจโลก พร้อมชูแนวทางเศรษฐกิจสีเขียวของเอเชีย ภายใต้แนวคิด “เราลิขิต เสกสรรค์เศรษฐกิจ ร่วมลิขิตฟ้าใหม่”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า BKKCAW จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเป็นกิจกรรมที่เป็นของทุกคนที่จะร่วมมือกันต่อสู้เรื่องโลกร้อน และเน้นว่าการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเรื่องของบริษัทใหญ่อีกต่อไป แต่ทุกคนมีส่วนร่วมได้

ในด้านผลสำเร็จที่ผ่านมา เขายกตัวเลขที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การปลูกต้นไม้ไปกว่า 2.5 ล้านต้น การลดปริมาณขยะจาก 10,000 ตันต่อวันเหลือกว่า 9,000 ตันจากการแยกขยะ และการลดระดับฝุ่น PM2.5 ลงได้ถึง 50% ในปีที่ผ่านมา

เขามองว่าการรับมือกับสภาพภูมิอากาศคือโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยยกตัวอย่างพลังงานโซลาร์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากแสงแดดที่เพียงพอ ซึ่งสามารถลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดมลพิษได้พร้อมกัน

สิ่งที่เขาต้องการเห็นในระยะยาวคือให้เรื่องสภาพภูมิอากาศอยู่ใน DNA ของทุกกิจกรรม ไม่จำกัดเฉพาะช่วงสัปดาห์งาน ครอบคลุมตั้งแต่การรีไซเคิลขยะ การแยกขยะ การดูแลพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการลดฝุ่น PM2.5

“ต้องทำให้ประเด็นเหล่านี้ง่าและใกล้ตัวมากขึ้น เพราะหากพูดถึงแต่เป้าหมายใหญ่ เช่น การลดคาร์บอนกี่เปอร์เซ็นต์ภายในกี่ปี คนจะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับตัวเอง และแนวทางที่ดีที่สุดคือเริ่มตั้งแต่โรงเรียนและเด็ก ๆ เป็นหลัก”

ขณะที่ ลีโอ ฮอร์น-พัธโนทัย ผู้ก่อตั้ง Just Transitions Incubator อธิบายว่า BKKCAW คือการทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องของทุกวันและเรื่องของทุกคน และให้ทุกคนสามารถเห็นตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

เขาอธิบายวัตถุประสงค์ 4 ประการของงาน ได้แก่ หนึ่ง Activate คือการดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงมือทำมากขึ้น สอง Collaborate คือการสร้างพื้นที่ให้คนที่ทำงานอยู่แล้วได้ร่วมมือกันและไปได้ไกลกว่าเดิม สาม Demonstrate คือการแสดงให้เห็นว่าแนวทางแก้ไขในระดับท้องถิ่นที่ดึงคนทั้งสังคมเข้ามามีส่วนร่วมนั้นเป็นอย่างไร และยืนยันว่ามี Solution และมีทุกอย่างที่เราต้องการอยู่แล้วในปัจจุบัน

และสี่ Narrative ซึ่งเขาถือว่าสำคัญที่สุด คือการปรับเรื่องเล่าให้ทุกคนมองว่านี่คือการสร้างโลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นและการเลือกอนาคตของตัวเองโดยต้องการให้เรื่องเล่านี้มีความหวังและครอบคลุมทุกคนมากขึ้น

ลีโอยังมองว่า BKKCAW เป็น Experimental Playground ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บริหาร และเชิญชวนผู้ที่มีไอเดียหรืออยากทดลอง Solution ให้เข้ามาร่วมงาน

ในด้านการจับจังหวะกับการประชุม World Bank และ IMF ที่กรุงเทพฯ เขามองว่าเป็นโอกาสที่จะส่งพลังและความคาดหวังของประชาชนให้ผู้นำเศรษฐกิจโลกรับรู้ว่าภาคสังคมมีความหวังและมีแนวทางที่พร้อมสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ท้ายนี้ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มองว่าปัญหาของการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาคือมักจัดในรูปแบบวิชาการและการเงิน เช่น การพูดถึงคาร์บอนเครดิต ในห้องแอร์กับคนใส่สูท ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว

เขาจึงมองว่า BKKCAW เป็นโอกาสสำคัญที่จะดึงเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เข้าถึงคนทุกวัยทุกความสนใจ ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และดนตรี โดยยกตัวอย่างปีที่แล้วที่มีการเปิดพื้นที่หอศิลป์และจัดคอนเสิร์ตที่สอดแทรกเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไป เพื่อให้คนที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้โดยตรงได้รับแรงบันดาลใจและนำไปค้นคว้าต่อ

ในแง่ผลตอบรับจากปีแรก เขาประเมินว่าดีมาก โดยมีเมืองอื่น ๆ นอกกรุงเทพฯ สนใจอยากจัดงานในรูปแบบเดียวกัน และการที่ทุกฝ่ายกลับมาร่วมจัดงานอีกครั้งในปีนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ

สำหรับกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha พรพรหมระบุว่าปีที่แล้วมีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในกิจกรรมที่เกี่ยวกับดีเจและงานศิลปะ ซึ่งทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับประเด็นสิ่งแวดล้อมโดยไม่รู้ตัว และยังกล่าวถึงแนวคิดการใช้กีฬา เช่น การแข่งฟุตบอล เพื่อสร้างความตระหนักในวงกว้างยิ่งขึ้น

หนึ่งในกิจกรรมที่เขาชื่นชอบที่สุดจากปีที่แล้วคืองานในชุมชนคลองเตย ที่ชาวชุมชนจัดและโชว์เคสผลงานของตัวเองให้ผู้มาร่วมงานจากทั่วโลกได้เห็น เขามองว่านี่คือประตูสำคัญที่ทำให้ชุมชนเล็ก ๆ ได้มีพื้นที่แสดงตัวตนในเวทีระดับนานาชาติ เพราะผู้เข้าร่วมที่บินมาจากต่างประเทศก็แวะชมงานชุมชนด้วยเมื่อเห็นในตารางกิจกรรม

พรพรหมยังกล่าวถึงโอกาสจากการที่ World Bank และ IMF เลือกกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพว่าเป็นจังหวะที่ นาน ๆ มีที ที่ผู้นำเศรษฐกิจทั่วโลกจะมาบรรจบกัน และเป็นโอกาสให้ภาคประชาชนส่งสัญญาณว่าเรามีความหวัง และเรามี Solution ที่อยากจะไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว

“โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยน เพราะเศรษฐกิจเก่ามันเริ่มไม่ Work กับสิ่งแวดล้อมและประชาชนแล้ว และถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่อย่างจริงจัง”

### ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- กทม. ปฏิวัติ EIA เร่งเครื่องสู่ AI เต็มรูปแบบปี’70 ยันโปร่งใส ตรวจสอบได้

- ‘ชัชชาติ’ เปิดที่มา ทำไมรายรับปี’68 สูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้าน

- ชัชชาติ ประชุมนัดทิ้งทวน สั่งเข้มช่วงเปลี่ยนผ่าน ”ห้ามเกียร์ว่าง”

Read the full article on the publisher site

Prachachat →