Prachachat
เปิดระบบ “เช็คแล้ง” ผ่านข้อมูลดาวเทียม ลุ้น THEOS-3 พลิกเศรษฐกิจข้อมูล-อวกาศ
ยศชนันท์ ลุย GISTDA เปิดตัวแพลตฟอร์ม “เช็คแล้ง” เทคโนโลยีอวกาศฝีมือคนไทยแก้ภัยแล้งแม่นยำ และติดตามผลโครงการดาวเทียม THEOS-3 พร้อมปั้นไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ระดับโลก
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การดำเนินงานของ GISTDA ที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ด้านอวกาศได้ด้วยศักยภาพของคนไทย โดยเฉพาะโครงการพัฒนาดาวเทียม THEOS ที่ปัจจุบันมีองค์ประกอบสำคัญมากกว่าครึ่งที่พัฒนาเองในประเทศ สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมเน้นว่า “ข้อมูลภูมิสารสนเทศ” คือหัวใจสำคัญที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในหลายภาคส่วน ทั้งภัยพิบัติ การเกษตร การจัดการทรัพยากร การวิจัย และการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ๆ โดย GISTDA กำลังก้าวสู่การเป็น “แพลตฟอร์มอวกาศ” ที่เปิดโอกาสให้ Startup นักวิจัย และภาคเอกชน เข้ามาใช้ข้อมูลและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของประเทศ
โดยมีการเปิดตัว “ระบบเช็คแล้ง” เครื่องมืออัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกมาประมวลผลร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้สามารถติดตามความเสี่ยงเรื่องน้ำได้ลึกถึงระดับพื้นที่ ระบบนี้สามารถบอกได้ล่วงหน้าว่าพืชเกษตรจุดไหนจะเสียหาย หรือพื้นที่ใดต้องการน้ำเท่าไหร่ เพื่อให้รัฐบาลและเกษตรกรรับมือกับวิกฤตภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในปี 2569 ได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมผลักดันระบบนิเวศด้านอวกาศให้เติบโตครบวงจร ทั้งการสนับสนุนบุคลากร การเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย การดึงดูดนักลงทุน การพัฒนา Spaceport และกฎหมายด้านธุรกิจอวกาศ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทยในเวทีโลก
รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำว่างานด้านอวกาศเป็นงานที่ท้าทายและต้องใช้เวลา แต่เป็น “โอกาส” สำคัญของประเทศ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและคู่แข่งยังมีไม่มาก พร้อมตั้งเป้าให้ไทยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านระดับโลก ทั้งด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการอวกาศ เพื่อสร้างจุดแข็งใหม่ให้ประเทศไทยในอนาคต
ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ระบุว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า GISTDA ตั้งเป้าที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Nation) โดยการนำข้อมูลเชิงพื้นที่ไปใช้สร้างประโยชน์ทั้งในภาคเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เข้าตรวจเยี่ยม นำโดย รมว.อว. และ รมช.เกษตรฯ ที่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (NAIT) เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฐานการผลิตและทดสอบดาวเทียมมาตรฐานสากลในไทย พร้อมติดตามความคืบหน้าของดาวเทียม “THEOS-3” ดาวเทียมสำรวจโลกรุ่นล่าสุดที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การพึ่งพาตนเองของไทย
โดยมีจุดเด่นคือ การออกแบบโดยคนไทย พัฒนาโดยทีมวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน หนุนธุรกิจไทยด้วยการใช้ชิ้นส่วนและระบบสำคัญที่ผลิตโดยผู้ประกอบการในประเทศ ทำเองในประเทศ ทั้งการประกอบและทดสอบในไทยทุกขั้นตอนที่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียม หรือ NAIT
โครงการ THEOS-3 ป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่จะผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเศรษฐกิจอวกาศโลก รวมถึงการวิจัยระดับสูง เช่น การจัดการจราจรในอวกาศและการพยากรณ์สภาพอวกาศ ซึ่งจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมไทย และสามารถยืนยันได้อีกว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นฟันเฟืองหลักที่จะช่วยวางแผนนโยบายของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น และการสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูงตามนโยบาย Space Innovation Thailand
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชูธง National Space Agency ‘GISTDA’ รับสมรภูมิเศรษฐกิจอวกาศเดือด
- เลือกตั้ง 2569 คน Gen ไหน มีโอกาสกำหนดทิศทางประเทศไทย ?
- เปิดภาพดาวเทียม พบน้ำท่วมขังหาดใหญ่-บางกล่ำ อีก 10,000 ไร่
Read the full article on the publisher site
Prachachat →