Prachachat
ธุรกิจทำความสะอาดโตแรง แม่บ้านออนไลน์บูม ดันรายได้ทะลุ 5 หมื่นล้าน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยธุรกิจบริการทำความสะอาดโตต่อเนื่อง รับวิถีชีวิตคนเมือง-เทรนด์สุขภาพ-เศรษฐกิจดิจิทัล หนุนแพลตฟอร์ม “แม่บ้านออนไลน์” ขยายตัวรวดเร็ว ปี 2567 กวาดรายได้รวม 50,945 ล้านบาท กำไรฟื้นแตะ 2,177 ล้านบาท ขณะที่เมษายน 2569 มีนิติบุคคลในธุรกิจนี้ 4,356 ราย ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 10,563 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการทำความสะอาด หรือ Cleaning Services เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในสังคมเมืองที่เร่งรีบมากขึ้น ทำให้ “เวลา” กลายเป็นทรัพยากรสำคัญ และผู้บริโภคหันมาใช้บริการทำความสะอาดเพิ่มขึ้น
ความต้องการดังกล่าวครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน สถานประกอบการ โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลา และเสริมสุขอนามัยที่ดี ขณะเดียวกันเศรษฐกิจดิจิทัลยังเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม “แม่บ้านออนไลน์” ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว มีรูปแบบบริการหลากหลาย และเลือกใช้บริการได้ตามงบประมาณ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า เทรนด์การใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคยังผลักดันให้บริการทำความสะอาดพัฒนาไปอีกขั้น จากการกวาดถูทั่วไป สู่บริการเฉพาะทาง เช่น การฆ่าเชื้อโรค การกำจัดฝุ่น การดูแลคุณภาพอากาศหรือ PM2.5 และการจัดการสารก่อภูมิแพ้
กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการบริการเฉพาะทางเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผู้อยู่อาศัยในเมือง ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง และผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องการบริการ เช่น การกำจัดขนสัตว์ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง
สำหรับตลาดแม่บ้านออนไลน์ในประเทศไทย แม้ขนาดตลาดยังไม่ใหญ่เท่าบางประเทศในภูมิภาค แต่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569 พบว่า มีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจบริการทำความสะอาดจำนวน 4,356 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกว่า 10,563 ล้านบาท
ทั้งนี้ กว่า 96% ของผู้ประกอบการในธุรกิจบริการทำความสะอาดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก และมีแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา
ด้านผลประกอบการพบว่า ธุรกิจบริการทำความสะอาดมีรายได้เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 50,945 ล้านบาท ขณะที่กำไรยังมีความผันผวน โดยทำกำไรสูงสุดในปี 2565 อยู่ที่ 2,754 ล้านบาท ก่อนลดลงในปี 2566 เหลือ 1,741 ล้านบาท และกลับมาฟื้นตัวในปี 2567 อยู่ที่ 2,177 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้แรงงานบางส่วนผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจบริการทำความสะอาด ส่งผลให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น
ในระดับโลกทวีปอเมริกาเหนือยังครองส่วนแบ่งรายได้สูงสุดในอุตสาหกรรมบริการทำความสะอาด ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุด โดยในอาเซียนอินโดนีเซียถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ จากการขยายตัวของเมืองที่ทำให้ความต้องการบริการทำความสะอาดเพิ่มขึ้นมาก
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจบริการทำความสะอาดควรติดตามปัจจัยแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น นโยบายภาครัฐและกฎระเบียบต่าง ๆ พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มความสามารถแข่งขันในตลาดระดับภูมิภาคในอนาคต
### ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เตือนเครื่องสำอางปลอมระบาดออนไลน์ พาณิชย์ยึดของละเมิด 7 แสนชิ้น
- สแกนทุนต่างชาติสมุย-พะงัน พบ 11,426 บริษัท เสี่ยงนอมินียึดธุรกิจท่องเที่ยว
- พาณิชย์ล้างฐานข้อมูลธุรกิจ พบนิติบุคคลร้าง 6.5 แสนราย เตือนเช็กก่อนลงทุน
Read the full article on the publisher site
Prachachat →