← Thailand feed

Matichon

เลิกจับสลากหมอใช้ทุน! สธ.แก้เกมแพทย์ลาออก ปรับเกณฑ์อินเทิร์นเลือกลงพื้นที่ขาดแคลน-แลกทุนเรียนต่อ

Matichon ·

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงแนวทางการจัดสรรและบริหารกำลังคนด้านแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ว่า ปัญหาของระบบแพทย์ไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนแพทย์ไม่พอ” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเรื่อง “การกระจายตัว” และการจัดระบบกำลังคนให้สอดคล้องกับภาระงานจริงของแต่ละพื้นที่

โดยปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรประมาณ 1 ต่อ 900 ขณะที่หลายประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 600 ทำให้มีการตั้งคำถามว่าประเทศไทยยังขาดแพทย์อยู่หรือไม่ โดยข้อมูลจากการประเมินภาระงานหรือ Full-Time Equivalent (FTE) พบว่ายังขาดแพทย์อีกประมาณ 20,000-30,000 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงมองว่าการประเมินควรอ้างอิงจาก “ภาระงานจริง” ของแต่ละโรงพยาบาลมากกว่า

“ขณะนี้กระทรวงกำลังให้ทุกพื้นที่สำรวจรายละเอียดภายใน 3 เดือน ว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ไปจนถึงโรงพยาบาลศูนย์ 600-700 เตียง ควรมีแพทย์จำนวนเท่าใดตามภาระงานจริง ทั้งจำนวนเตียง ผู้ป่วย และประชากรที่ต้องดูแล เพื่อจัดสรรแพทย์ให้เหมาะสม” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาหลักในปัจจุบันคือ แพทย์ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชนหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลนแพทย์อย่างหนัก ทั้งที่หากดูภาพรวมทั้งประเทศ ตัวเลขแพทย์ต่อประชากรอาจดูเพียงพอ อย่างไรก็ตาม กระทรวงกำลังปรับระบบค่าตอบแทนใหม่ โดยจะอิง “ปริมาณงาน” มากขึ้น แทนการจ่ายแบบเท่ากันทั้งระบบ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวช กุมารเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และสาขาหลักอื่นๆ ที่มีภาระงานสูง

“ที่ผ่านมาแพทย์เฉพาะทางบางสาขาทำงานหนักมาก แต่ได้เงินเดือนเท่ากันกับสาขาที่ภาระงานน้อยกว่า ทำให้แพทย์รุ่นใหม่จำนวนหนึ่งเลือกเรียนสาขาที่สบายกว่า หรือออกไปทำงานด้านเสริมความงามแทน กระทรวงจึงกำลังหารือเพื่อปรับค่าตอบแทนตาม workload หรือ productivity โดยเฉพาะพื้นที่ที่ขาดแพทย์เกิน 40% อาจเพิ่มเงินสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข หรือ พ.ต.ส. จาก 5,000 บาท เป็น 15,000 บาท ส่วนพื้นที่ขาด 20-40% อาจเพิ่มเป็น 10,000 บาท” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาแพทย์ใช้ทุน หรือ แพทย์อินเทิร์น กระทรวงได้ปรับระบบใหม่ครั้งแรก โดยเปิดให้นักศึกษาแพทย์และแพทย์ใช้ทุนเลือกลงพื้นที่ขาดแคลนก่อน เพื่อแลกกับสิทธิเลือกทุนเรียนต่อและเลือกสถานที่เรียนต่อได้ก่อนคนอื่น

“ที่ผ่านมาแพทย์ใช้ทุนจำนวนมากจับสลากแล้วได้พื้นที่ที่ไม่ต้องการ ทำให้ครบปีแรกแล้วลาออก แต่ปีนี้เราประกาศรายชื่อโรงพยาบาลขาดแคลน 30 กว่าแห่ง ต้องการแพทย์รวม 205 คน หากใครสมัครใจไปอยู่ จะได้สิทธิเลือกทุนเรียนต่อก่อนทันที ปรากฏว่าแพทย์ใช้ทุนปี 1 ที่กำลังขึ้นปี 2 สมัครใจไปแล้วประมาณ 180 คน และนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะจบอีกประมาณ 180 คน ก็ยกมือขอไปเช่นกัน” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า โรงพยาบาลที่ยังขาดแพทย์มาก ได้แก่ จ.บึงกาฬ และ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งกระทรวงกำลังเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะประเด็นระบบการทำงานและการสนับสนุนจากแพทย์รุ่นพี่หรือ staff

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาที่แพทย์ใช้ทุนร้องเรียนมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องค่าตอบแทน แต่เป็นเรื่องทำงานหนักแต่ไม่มีคนสอน โดยกระทรวงได้รับเรื่องร้องเรียนจากแพทยสภา และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วอย่างน้อย 2 กรณี ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม

“บางกรณีแพทย์ staff รับปรึกษาทางโทรศัพท์ แต่ไม่ขึ้นมาดูคนไข้จริง ทำให้น้องแพทย์ใช้ทุนรู้สึกว่าไม่มีคนช่วยดูแล ขณะนี้มีการดำเนินการทางวินัยแล้ว โดยให้เขตสุขภาพเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบ เพื่อให้เป็นกลาง ไม่ใช่ให้โรงพยาบาลสอบกันเอง” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า วัฒนธรรมการทำงานระหว่างแพทย์รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่มีความแตกต่างกัน โดยในอดีตอาจมีการสอนแบบเข้มงวด แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องปรับวิธีการสื่อสารและการดูแลให้เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

Read the full article on the publisher site

Matichon →