Matichon
ส.ว.ยก 21 ล้านเสียงกดดันรบ. บี้แจงไทม์ไลน์นำร่างแก้ม.256 เข้าสภา เคาะเลยประชามติรอบ 2 ช่วงไหน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการยื่นหนังสือขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติร้องขอให้สภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยภาคประชาชนเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รอบที่ผ่านมา มีมติ ครม.ที่จะนำร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณา 31 ฉบับเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง แต่ก็มีร่างที่ถูกเสนอโดยภาคประชาชนกลับเข้ามาเพียงร่างเดียว คือร่าง พ.ร.บ.บริหารอากาศสะอาด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้ประชุมและมีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติอีก 9 ร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอโดยตรง และร่างที่ขับเคลื่อนจากภาคประชาชนเหล่านี้ไม่ได้มีแค่หลักการในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างทางกฎหมาย เพื่อยกระดับสิทธิและคุณภาพชีวิตประชาชนเท่านั้น แต่กฎหมายเหล่านี้มีเจตจำนงของประชาชนนับ 10,000 ที่เข้าชื่อกัน เพื่อมีส่วนร่วมทางการเมืองและเสนอกฎหมายและเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจของประชาชน
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและคุ้มครองสิทธิประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดยืนยันร่างพระราชบัญญัติอีก 8 ฉบับนี้ต่อรัฐสภา โดยมีสาระสำคัญเพื่อมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอโดยตรง คือร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสังคมสันติสุข และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า จึงอยากให้รัฐสภานำร่างพระราชบัญญัติทั้ง 8 ฉบับเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รวมทั้งเพิ่มหมวด 15/1 ที่ยังค้างการพิจารณาของสภา และมีการยุบสภา ซึ่งวิปรัฐบาลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าคงไม่นำร่างนี้มาพิจารณาเพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนก่อน แต่ตนคิดว่าการที่ประชาชนได้ลงมติในคำถามแรกอย่างท่วมท้น 21 ล้านเสียง มันมีความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลควรจะต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ เพราะประชาชน 21 ล้านเสียงคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้น
“อย่างน้อยถ้าท่านแจ้งว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และไม่คิดจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาต่อ ผมคิดว่าหลายฝ่ายคงจะยอมรับในความเห็นของท่านแม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยท่านควรจะมีความชัดเจนในเรื่องของไทม์ไลน์ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะนำวาระนี้เข้าสู่สภาอีกครั้งภายในเมื่อไหร่ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการอีกครั้งเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 256 อีกครั้งเมื่อไหร่ แล้วจะมีการจัดทำประชามติในคำถามที่สองอีกครั้งภายในเมื่อไหร่ ซึ่งประชาชน 21 ล้านเสียง รวมถึงผมยังรอความชัดเจนจากรัฐบาลในประเด็นนี้อยู่” นายนรเศรษฐ์กล่าว
Read the full article on the publisher site
Matichon →