Matichon
ผู้ตรวจการฯ ตรวจรุกป่า ‘พรุมัด’ ทุ่งสง จ่อเอาผิดจนท.รัฐ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่จ.นครศรีธรรมราช ร้อยตำรวจตรี พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปฺิดเผยว่า คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประชุมร่วมกับนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งสง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง เพื่อหารือและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่สาธารณประโยชน์ และการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนพื้นที่ป่า รวมถึงการไม่บังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
จากกรณีร้องเรียนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปลูกสร้างบ้านพัก สวนทุเรียน และร้านอาหาร “สวนอาหารบ้านช่องเขา” ในพื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ารุกล้ำพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ ส.ป.ก. และที่สาธารณประโยชน์ รวมถึงมีการขุดบ่อดินและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ร้อยตำรวจตรี พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยอีกว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มอาคารประมาณ 5 หลัง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ “พรุมัด” ตามข้อร้องเรียน ปรากฎว่าได้ถูกรื้อถอนออกไปก่อนหน้านี้ โดยนายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ ยอมรับในที่ประชุมว่าเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนด้วยตนเอง พร้อมระบุว่าอาคารดังกล่าวสร้างมานานกว่า 20 ปี และใช้รองรับกิจกรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราชและอำเภอทุ่งสงมาอย่างต่อเนื่อง
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง ดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ “พรุมัด” เพื่อพิสูจน์ว่ามีการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะเป็นจำนวนเท่าใด โดยผลการตรวจสอบจะถูกนำไปประกอบสำนวนสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่อำเภอทุ่งสงแต่งตั้งขึ้น และอาจมีการดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของกรณี ขุดบ่อดิน คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ น.ส.3 โดยนายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ยอมรับว่าเป็นเจ้าของกิจการ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 ตรวจพบว่ามีพื้นที่ 2 จุดที่อาจรุกล้ำเขตป่าถาวร จึงประสานสำนักงานที่ดินเข้ารังวัดตรวจสอบแนวเขตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อความชัดเจนและโปร่งใส
นอกจากนี้ คณะตรวจสอบยังลงพื้นที่ตรวจสอบระบบประปาของตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งใช้น้ำดิบจากบริเวณน้ำตกปลิว พบว่าท่อเหล็กขนาดใหญ่ของระบบประปาเดิมสูญหายไปบางช่วงเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่ร่วมตรวจสอบชี้แจงว่า ระบบท่อดังกล่าวเลิกใช้งานมานานแล้ว และได้เปลี่ยนมาใช้ท่อ PVC แทนบริเวณฝายพักน้ำด้านล่าง ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำข้อมูลนี้ไปพิจารณาวินิจฉัยว่ามีการทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
การเคลื่อนไหวของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชน เนื่องจากเป็นการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งหากผลการรังวัดที่ดินพบการรุกล้ำจริง จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป เพื่อทวงคืนที่ดินสาธารณะให้กลับมาเป็นของส่วนรวมอย่างแท้จริง
Read the full article on the publisher site
Matichon →