Thairath
ทดสอบเอสยูวีขับดีสุดในกลุ่ม 1.7 ล้านบาท Hyundai Santa Fe Prestige Hybrid
หากพูดถึงชื่อ "Santa Fe" แฟนรถยนต์ทั่วโลกคงคุ้นเคยกันดีในฐานะโมเดลเรือธงที่อยู่คู่ Hyundai มานานกว่า 25 ปี แต่การกลับมาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับโฉมธรรมดา เพราะ Hyundai ตัดสินใจสลัดภาพจำเดิมๆ ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยความล้ำสมัยจนเราเผลอนึกว่านี่คือยานพาหนะจากจักรวาล Star Wars ด้วยรูปลักษณ์แตกต่าง จากรถออฟโรดสายถึกทนในอดีต กลายมาเป็น SUV ของครอบครัวแบบ 6 ที่นั่ง (เบาะแยก) การออกแบบเน้นเส้นสายทรงกล่องที่ดูบึกบึน เส้นที่คมกริบส่งถ่ายความหรูหรา การันตีด้วยรางวัลรถยนต์แห่งปี และ Family Values Award จาก Carwow ปี 2025 เป็นรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่
...
Hyundai Santa Fe เป็นหนึ่งในรถรุ่นสำคัญของแบรนด์ยักษ์เกาหลี นานกว่า 25 ปีแล้ว ที่ Santa Fe โลดแล่นอยู่บนถนนทั่วโลก ในช่วงเวลาที่ยาวนานนั้น Hyundai ได้พัฒนา Santa Fe จากรถออฟโรดที่เน้นการใช้งานหนัก กลายมาเป็นรถเอสยูวีของครอบครัว รุ่นล่าสุดประจำปี 2025 (แต่เปิดตัวที่อเมริกาในปี 2023) เพิ่มสไตล์แบบ Star Wars เข้าไปอย่างเต็มเปี่ยมเพื่อความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร ทำให้รถ SUV ที่เคยน่าเบื่อดูดีขึ้น Santa Fe ถูกปรับแต่งไดนามิกของรถจนลงตัว คือขับโคตรดีในราคานี้ ความอเนกประสงค์ของการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร เทอร์โบ + ระบบไฮบริดที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิง new SANTA FE มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Exclusive ราคา 1,599,000 บาท และรุ่น Prestige คันทดสอบ ราคา 1,749,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร บริการหลังการขายมาตรฐานจากโชว์รูม 35 แห่ง
Hyundai all-new SANTA FE Hybrid มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย Exclusive (2WD) ราคา 1,599,000 บาท Prestige (2WD) ราคา 1,749,000 บาท รุ่นใหม่ Inspiration (4WD) ราคา 1,799,000 บาท
การกลับมาของ Hyundai SANTA FE เจเนอเรชันที่ 5 ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโฉม แต่คือการ "ปฏิวัติ" งานดีไซน์ที่พิสูจน์ว่า Hyundai คือแบรนด์เอเชียที่กล้าได้กล้าเสียที่สุดในยุคนี้ นี่คือ SUV ที่เปลี่ยนจากความโค้งมนเข้าสู่ความล้ำสมัยในสไตล์ Retro-Modern ที่มองจากปากซอยก็รู้ว่านี่คือ Santa Fe
...
...
ดีไซน์ภายนอก ต์เสน่ห์ประหลาดของรถเอสยูวีทรงกล่อง (Boxy is Back!) Hyundai เลือกใช้ภาษาการออกแบบที่เน้นเส้นสายคมชัดและตรงไปตรงมา ด้วย Signature H ไฟ DRL (Daytime Running Light) ลายตัว H แบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ สอดรับกับกระจังหน้าแบบไร้รอยต่อ ตัวถังมีความบึกบึนด้วยเส้นข้างที่คมชัด รายละเอียดช่องระบายอากาศสีดำและการตกแต่งรอบคันทำให้รถคันนี้ดูมีพลังและดูหรูหราพอสมควร คล้ายกับ Range Rover ไซล์กลางที่สุภาพแต่ดุดันด้วยทรงและสีของตัวถัง
...
ดราม่าไฟท้าย ดีไซน์ที่เกิดจากความตั้งใจของทีมออกแบบที่อาจขัดใจใครหลายคน ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ไฟท้ายที่วางตำแหน่งต่ำ จนกลายเป็นข้อถกเถียงในวันเปิดตัว ซึ่ง Simon Loasby หัวหน้าทีมออกแบบของ Hyundai ได้อธิบายเหตุผลเบื้องหลังไว้ว่า เราตั้งใจให้ตำแหน่งไฟท้ายอยู่ต่ำลงเพื่อลดการรบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถคันหลัง และเพื่อเปิดพื้นที่ส่วนบนของฝาท้ายให้รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ได้สูงสุด
ตัวเลขที่น่าอัศจรรย์ ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศ cd 0.296 กลายเป็นสิ่งที่ดูย้อนแย้งที่สุดในรถคันนี้ รูปลักษณ์ทรงกล่องกับตัวเลขที่บ่งบอกความลื่นไหลของอากาศนั้นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง โดยปกติรถทรงนี้มักจะมีแรงต้านอากาศสูง แต่ Hyundai ทำการบ้านอย่างหนักจนได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำแค่ 0.296
ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ อย่างแรกเลยก็คือ เมื่อรถลู่ลม มันจะประหยัดพลังงานยิ่งไหลลื่นไปตามกระแสอากาศ เครื่องยนต์และระบบไฮบริดก็ทำงานน้อยลง ค่าสัมประสิทธิยังส่งผลไปถึงการเก็บเสียง ผลพลอยได้ก็คือความเงียบของห้องโดยสารที่หาได้ยากในรถราคา 1.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่ วิ่งแค่ 90 -100 กิโลเมตร เสียงลมและเสียงยางก็ได้ยินอย่างชัดเจนแล้ว แต่ Santa Fe มีชั้นเชิงในการลดเสียงลมปะทะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่องรับอากาศด้านหน้าปิดเปิดอัตโนมัติ เมื่อเครื่องยนต์ไม่ได้ต้องการการระบายความร้อนอย่างยิ่งยวด ช่องรับอากาศใต้กระจังหน้าจะปิดตัวลงอย่างแนบสนิทจนมองไม่ออกว่านั่นคือทางเข้าของกระแสลมที่ช่วยนำพาความร้อนในห้องเครื่องออกไป ค่าแอร์โรไดนามิกส์ยังส่งผลถึงการทรงตัว เมื่อแหวกลมได้ดีก็จะช่วยให้รถนิ่งขึ้นแม้จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่และสูง
New SANTA FE คือการพบกันครึ่งทางของความสวยงามแบบย้อนยุคและความล้ำสมัยแบบโลกอนาคต แม้ดีไซน์ด้านท้ายอาจจะขัดใจบางคนไปบ้าง แต่หากมองในแง่ของวิศวกรรมที่ทำรถทรงตู้ให้ลู่ลมได้ขนาดนี้ ต้องยอมรับว่า Hyundai มาไกลกว่าที่คิดเอาไว้มากกับการสร้างรถอเนกประสงค์รุ่นนี้
Simon Loasby กล่าวว่า แนวคิดการออกแบบ new Fanta Fe เกิดขึ้นหลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ผู้คนในเกาหลี ใช้เวลามากขึ้นในการผจญภัยและท่องเที่ยวพักผ่อนสั้นๆกับครอบครัวด้วยรถยนต์ เพียงเพราะไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ทีมออกแบบของ Loasby มีแนวคิดที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งโดยใช้การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรถสำหรับเดินทางประจำวันกับรถสำหรับผจญภัยในช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยรูปลักษณ์แบบไซเบอร์พังค์และภายในที่ใช้งานได้จริงและสะดวกกว่า Hyundai Santa Fe ตอบโจทย์เกือบทุกข้อสำหรับความเป็นรถครอบครัวขนาดใหญ่ ตัวถังทรงเหลี่ยม ะดุดตาและยังคงเอกลักษณ์การออกแบบของ Hyundai อย่างเช่น Ioniq 5 ไว้อย่างเหนือชั้นแต่ใช้งานได้จริง ฝาหลังทรงเหลี่ยมที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายใน ไฟ LED รอบคัน เติมเต็มความล้ำสมัยให้กับสไตล์การออกแบบ
มิติตัวถังของ Hyundai Santa Fe 2025 (รุ่น Prestige) มีขนาดความยาว 4,830 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร สูง 1,770 มิลลิเมตร (รวมราวหลังคา), ความยาวฐานล้อ 2,815 มิลลิเมตร เป็ยตัวถังที่ยาวที่สุดในสายพันธุ์ Santa Fe รองรับเบาะนั่งแถวที่ 3 ล้ออัลลอย ขอบ 18 นิ้ว ยาง Kumho Ecsta PS71 ไซล์ 235/60R18 107V
รุ่น Prestige ราคาเริ่มต้น 1,749,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัย ระบบนำทาง (พร้อมระบบปรับความเร็วอัตโนมัติตามระบบนำทาง) ผ่านระบบอินโฟเทนเมนต์ที่สามารถอัปเดตได้แบบไร้สาย กล้องมองหลัง ประตูท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า เบาะหน้าปรับอุณหภูมิได้ แท่นชาร์จไร้สาย 1 จุด ระบบเสียงอัปเกรด ระบบช่วยมองจุดบอด 360 องศา และระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง ช่องเก็บของที่เป็นระเบียบเรียบร้อยบนแผงหน้าปัดฝั่งผู้โดยสาร เบาะโดยสารหกที่นั่ง เบาะแถวที่สองแบบกัปตันสองที่นั่งปรับไฟฟ้า ความสะดวกสบายคือหัวใจสำคัญของ SUV สามแถวแบบนี้ และ Santa Fe ก็ทำได้ดีทีเดียว แถวกลางสามารถปรับเป็นเบาะนั่งหรือเก้าอี้กัปตันสุดหรูได้ และยังมีพื้นที่กว้างขวาง แถวที่สามจะแคบกว่า แต่เด็กๆ ก็สามารถนั่งได้สบายๆ และยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังอีกด้วย
Hyundai Santa Fe ที่ขายในไทยและใช้การนำเข้าจากเวียดนาม จึงไม่ใช่รถราคาประหยัด มันแพงกว่ารถไฟฟ้าจีนหรือ PPV ดีเซลอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่า เครื่องยนต์ไฮบริดทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญกว่านั้น Santa Fe ให้ฟิลลิ่งการขับดีพอๆ กับ Volvo XC90 หรือ BMW X3 ในบางสถานการณ์ แต่ราคาถูกกว่ามาก Hyundai ปรับแต่งช่วงล่างและสัมผัสของพวงมาลัยใน new Santa Fe ได้อย่างยอดเยี่ยม การตกแต่งภายในยังให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ แต่ยังคงความสะดวกสบายและใช้งานได้จริง ชุดแอร์แยกจากหน้าจอพร้อมปุ่มและสวิชท์ควบคุมที่ใช้งานง่าย ปุ่มปรับกระจกมองข้างยังมีให้ใช้งานเหมือนเดิมไม่ได้เอาไปยัดไว้ในจอ เบาะไฟฟ้าคนขับ มีตำแหน่งท่านั่งที่ดี เบาะปรับได้หลากหลาย เบาะนั่งแสนสบายเหมาะสำหรับการเดินทางไกลจากการะบายความร้อนตัวเบาะด้วยแอร์ พวงมาลัยเองก็หนาจับถนัดมือ ปุ่มกดทำจากวัสดุที่แข็งแรง การเปลี่ยนเกียร์เดินหน้า ถอยหลัง ให้ความรู้สึกนุ่ม คันเกียร์แบบก้านบิดอยู่ในตำแหน่งด้านขวาของคอพวงมาลัยเหมือนกับ Mercedes-Benz ใช้งานง่าย แต่แรกๆ ก็ต้องสร้างความคุ้นชินกันสักพัก เดี๋ยวเดียวคุณจะชอบความสะดวกของเกียร์แบบใหม่ของ Hyundai ที่มีอยู่ในแบรนด์ตราดาวมานานแล้ว
หน้าจอขนาด 12.3 นิ้วทรงโค้งแบบสองจอ บรรจุแผงหน้าปัดและอินโฟเทนเมนต์ของผู้ขับขี่ หน้าปัดที่เรียบง่ายปรับแต่งการแสดงผลของมาตรวัดได้สองรูปแบบ ระบบอินโฟเทนเมนต์ไม่ได้ใช้งานง่ายนัก เนื่องจากมีเมนูมากมายและการจัดวางตัวเลือกที่ไม่สมเหตุสมผล ทำให้ประสบการณ์การใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก รถยนต์ฮุนไดเกือบทุกรุ่น (รวมถึง Kia และ Genesis) ใช้ระบบเดียวกันแต่มีปุ่มควบคุมขนาดใหญ่ช่วยชดเชยการเข้าถึงหน้าจออินโฟเทนเมนต์ ได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่เก็บของมีมากพอๆกับห้องใต้หลังคาเลยทีเดียว มีช่องเก็บของที่ประตูด้านหน้า ขนาดกำลังพอเหมาะ (ซึ่งใหญ่กว่าที่เห็นในภาพ) พื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ใต้คอนโซลกลาง และช่องเก็บของที่เท้าแขนตรงกลางขนาดใหญ่ ติดตั้งที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สายไว้ที่คอนโซลกลาง รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ภายในห้องโดยสารมีความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บของบนแผงคอนโซลด้านบนสำหรับผู้โดยสาร ช่องเก็บของใต้แท่นชาร์จไร้สาย สำหรับร้อยสายไฟในกรณีที่โทรศัพท์ไม่สามารถชาร์จแบบไร้สายได้ และช่องเก็บของที่เท้าแขนตรงกลางที่สามารถเปิดออกได้ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
เบาะผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่กว้างพอสมควร เบาะแถวสองดูหรูหราโอ่อ่าใช้ได้ ปรับด้วยไฟฟ้า มีที่วางแก้วสองช่องและพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ ช่องชาร์จไฟ เบาะแถวกลางมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้ใหญ่ที่นั่งหลังคนขับแล้วตัวสูง การออกแบบทำให้ง่ายต่อการเข้า-ออกเบาะแถวสามด้วยเบาะแถวสองแบบปรับไฟฟ้า ผู้ใหญ่สามารถนั่งแถวสามได้ มีพื้นที่เหนือศีรษะมากพอและยังมีที่วางแก้วและช่องชาร์จไฟ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายหากไม่พับเบาะคู่หลังสุดแถวสามก็จะมีที่เก็บของไม่มาก เมื่อพับเบาะ รุ่นไฮบริดจะมีพื้นที่ 628 ลิตร เมื่อพับเบาะ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,949 ลิตร
เบาะนั่งด้านหน้าของ Santa Fe มีขนาดใหญ่และสะดวกสบาย เบาะนั่งและพวงมาลัยที่ปรับได้หลากหลายสำหรับสรีระของผู้ขับ สิ่งที่ประทับใจจริงๆ คือพื้นที่เก็บของที่กว้างขวาง ไม่เพียงแต่จะมีช่องเก็บของที่ประตูขนาดใหญ่และกล่องเก็บของที่ใช้งานได้จริงเท่านั้น แต่ที่วางแก้วก็ใหญ่โตเช่นเดียวกับช่องเก็บของตรงกลาง สามารถเปิดช่องเก็บของจากแถวกลางได้อีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์มาก กล่องเก็บของแบบตื้นๆ อีกหนึ่งช่องที่สูงกว่าแผงหน้าปัด คันเกียร์ของ Santa Fe ยื่นออกมาจากคอพวงมาลัย ทำให้มีพื้นที่ตรงกลางสำหรับสมาร์ทโฟนสองเครื่องบนที่วางยางแบบจับถนัดมือ หนึ่งในนั้นคือที่ชาร์จไร้สายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และทั้งสองช่องก็ติดตั้งในรุ่นท็อป
พื้นที่เบาะหลัง ผู้โดยสารแถวหลังมีพื้นที่กว้างใช้ได้ เบาะหลังแบบพับแยก 60:40 เลื่อนและปรับเอนได้ มีพื้นที่สำหรับผู้ใหญ่ แม้ว่าเบาะกลางจะสูงกว่าและแคบกว่าสองเบาะด้านนอกเล็กน้อย แต่ก็ยังมีพื้นที่เพียงพอ และพื้นรถที่เรียบเสมอกันช่วยให้มีพื้นที่วางเท้าแบบไม่เมื่อยเมื่อนั่งโดยสารทางไกล ผู้โดยสารแถวหลังมีพอร์ต USB-C ติดตั้งอยู่ที่พนักพิงเบาะหน้าแต่ละข้าง สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตะขอเกี่ยวกระเป๋าสำหรับแขวนของหรือกระเป๋าถือไม่ให้หล่นจากพื้น ที่วางแก้วน้ำสองช่องในแต่ละประตู รวมถึงช่องเก็บของที่ประตูขนาดใหญ่พอสำหรับขวดน้ำ หากพับที่วางแขนตรงกลางลง ะสามารถวางแก้วน้ำเพิ่มได้อีกสองช่อง การเข้าออกจากเบาะแถวที่สามสะดวกพอสมควร กดปุ่มที่ไหล่ของเบาะแถวกลาง เบาะก็จะพับไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อกลับมาถึงเบาะหลังแล้ว มีพื้นที่วางขาเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่นั่งได้สบาย หากเลื่อนเบาะแถวกลางไปข้างหน้าเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง ฐานเบาะนั่งตั้งไว้ค่อนข้างต่ำ ทำให้เข่าของคุณนั่งสูง ซึ่งไม่สบายนักสำหรับการเดินทางไกล เบาะผู้โดยสารแถวสามยังมีระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ ที่วางแก้วน้ำอีกสี่ช่อง และพอร์ต USB-C
ภายในของ Santa Fe รุ่นเก่านั้นแข็งแรงทนทานและใช้งานง่าย แต่กลับไม่ได้สร้างความว้าวอะไรมากนัก แต่สำหรับรุ่นใหม่ แดชบอร์ดโดดเด่นด้วยจอแสดงผลคู่โค้งขนาดใหญ่ คล้ายกับ BMW X5 มันดูดีและใช้งานได้ง่าย เมนูต่างๆ ออกแบบให้เข้าใจง่าย หน้าจอสว่างและตอบสนองไว สามารถตั้งค่าปุ่มลัด เพื่อเข้าฟังก์ชันที่ใช้บ่อย และสามารถตั้งค่าให้ปิดระบบช่วยเหลือผู้ขับที่น่ารำคาญบางอย่างได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ด้านล่างของแดชบอร์ด มีแผงควบคุมอุณหภูมิหรือชุดควบคุมแอร์ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเมนูหน้าจอสัมผัสเพื่อทำสิ่งง่ายๆ อย่างการเปิดแอร์ให้เบาะ ดีไซน์ของชุดแอร์ทันสมัยและดูดี แต่สีดำสนิทของห้องโดยสารดูเคร่งขรึมและดูจืดชืดไปหน่อย คุณภาพชิ้นงานตกแต่ง ก็ถือว่าดี สวิตช์เกียร์ ปุ่ม พลาสติก โลหะพวกอะลูมิเนียมปัดเงา ทั้งหมดให้ความรู้สึกแพง ประตูและกระจกหน้าต่างปิดสนิทอย่างมั่นคง ปัดน้ำฝนไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือสั่นพั่บๆ แม้แต่น้อย
ใต้ฝากระโปรงของ New SANTA FE คือการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร Turbo ระบบ Hybrid รุ่นล่าสุด แบตเตอรีขนาดเล็ก + มอเตอร์เสริมแรง ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราเร่งที่ทันใจแต่ยังคงความประหยัดในระดับ 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ไซล์น้องๆ BMW X5) เหมาะทั้งการใช้งานในเมือง และการเดินทางไกลในวันหยุกพักผ่อนกับครอบครัว
สำหรับระบบส่งกำลังไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีอย่างระบบเบรก Adaptive Regenerative Braking (ซึ่งจะเพิ่มหรือผ่อน ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากรถคันหน้าด้วยการลดความเร็ว) ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งไม่ใช่เกียร์ CVT ที่มีอยู่ในไฮบริดในทุกวันนี้ การใช้เกียร์ 6 สปีด ทำให้การถ่ายเทแรงบิดกระชับและไวขึ้น ปราศจากอาการย้วยหรือลากรอบสูงแล้วรถถึงจะมีเรี่ยวแรง new Fanta Fe 2025 รุ่นไฮบริดมาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาด 1.49 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้า 64 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ระบบไฮบริดของรถเกาหลีรุ่นนี้ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ โดยมีการทำงานคล้ายกับรถไฮบริดทั่วไป สามารถขับขี่ด้วยความเร็วต่ำแล้วเครื่องยนต์ยังคงดับสนิท Fanta Fe สามารถเพิ่มกำลังได้ในขณะเร่งความเร็ว รุ่นไฮบริดขับเคลื่อนสองล้อ อัตราเร่ง 0-100 ใช้เวลา 9.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 16.0 กิโลเมตรต่อลิตร วิ่งทดสอบจริง ไป - กลับ กรุงเทพ อุทยานสามร้อยยอด ทำได้ประมาณ 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร ในโหมด ECO
ขับทดสอบทั้งในและนอกเมืองตลอดระยะเวลา 7 วัน รวม 980 กิโลเมตร Hyundai new…
Read the full article on the publisher site
Thairath →