Matichon
ภาคปชช. หวั่นชาวต่างชาติ เหยื่อแก๊งคอลกว่า 500 คน ในพื้นที่กะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ถูกขายไปพื้นที่อื่น
ภาคปชช. หวั่นชาวต่างชาติ เหยื่อแก๊งคอลกว่า 500 คน ในพื้นที่กะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ถูกขายไปพื้นที่อื่น
เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถึงการติดตามความเคลื่อนไหวการอำนวยความสะดวกส่งกลับบุคคลชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นผู้ร่วมขบวนการ เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ และแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่โครงการจีนฯ พื้นที่ อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.พบพระ จ.ตาก ยังคงมีเหยื่อชาวต่างชาติที่ยังติดอยู่ในฝั่งเมียนมา และกำลังขอความช่วยเหลือ จากสถานทูตต้นทาง และขอความช่วยเหลือ ผ่านองค์กรภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ทางองค์กรประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากเหยื่อชาวต่างชาติ จำนวน 500 คน ที่ไปทำงานให้กับบริษัทชาวจีนในพื้นที่โครงการจีนไถ่ฉาง 1 เขตอิทธิพลของทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ตรงข้ามบ้านช่องแคบ ตำบลช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก โดยชาวต่างชาติทั้งหมดมีชาวฟิลิปปินส์ 18 คน คนไต้หวันประมาณ 20 คน คนจีน 193 คน และยังมีชาติอื่นๆ รวมทุกบริษัทมีประมาณ 500 คน
ล่าสุดทางนางสาวเจ กฤติญา ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) และหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ UNODC. เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติกลุ่มนี้แล้ว
ขณะที่มีบริษัทนายจ้างในพื้นที่ ไม่ยอมปล่อยผู้เสียหาย ไม่ยอมยุติการฉ้อโกงออนไลน์ หรือการค้ามนุษย์ ซึ่งทางหน่วยงานกำลังพยายามหาทางช่วยเหลืออยู่ นอกจากนี้ทางบริษัทชาวจีน พยายามจะขายเหยื่อไปให้ผู้ประกอบการออนไลน์รายอื่นอีก หลังจากทราบข่าวว่า ทางการไทยพยายามหาทางช่วยเหลืออยู่
ด้านหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อ.แม่สอด ได้ดำเนินการส่งตัวบุคคลสัญชาติรัสเซีย และเนปาล จำนวน 3 คน จากสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา (แห่งที่ 2) ที่บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด เพื่อเดินทางกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยมีรถยนต์จากทางสถานทูตต้นทางไปรับกลับไป
Read the full article on the publisher site
Matichon →