Matichon
สีหศักดิ์ดัน รมว.กต.อาเซียนถกพัฒนาการเมียนมา ย้ำควรทำอะไรบางอย่าง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ก่อนการเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่า เขาตั้งใจจะเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมามาพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฉันทามติภายในชาติสมาชิกอาเซียน สำหรับการเพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้นกับรัฐบาลใหม่ของเมียนมา เพราะการประชุมในสัปดาห์นี้ที่ฟิลิปปินส์ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของอาเซียนหลังการเลือกตั้งในเมียนมา
นายสีหศักดิ์ซึ่งได้พบกับมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ก่อนหน้านี้ราวสองสัปดาห์ กล่าวว่า เขากำลังผลักดันให้มีการฟื้นฟูการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำเมียนมา รวมถึงระดับรัฐมนตรีต่างประเทศด้วย เพราะในครั้งนี้จะมีการจัดประชุมรัฐมนตนรีต่างประเทศอาเซียนเพื่อเตรียมการก่อนการประชุมผู้นำอาเซียน
“ดังนั้นเมียนมาก็สามารถชี้แจงให้อาเซียนทราบถึงพัฒนาการล่าสุด รวมถึงแผนการที่พวกเขาจะดำเนินการ จากนั้นอาเซียนก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ มันเป็นกระบวนการแบบทีละขั้นทีละตอน” นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาจะพยายามหารือแผนดังกล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพราะไทยต้องการเดินหน้าไปพร้อมกับอาเซียน แต่เราก็ควรต้องขยับ และเราควรต้องทำอะไรบางอย่าง
“ผมเชื่อว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการจะผลักดันฝ่ายเดียว หากเราต้องการเห็นสถานการณ์ดีขึ้น หากเราต้องการเห็นสันติภาพ เราก็ต้องคิดว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง” นายสีหศักดิ์กล่าว และว่า เขาได้ผลักดันรายละเอียดและองค์ประกอบของแผนสันติภาพอาเซียนในการหารือกับผู้นำเมียนมา
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาไม่ได้ร้องขอที่จะเข้าพบกับนางออง ซาน ซู จี อดีตผู้นำรัฐบาลของพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) วัย 80 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวตั้งแต่การรัฐประหาร ระหว่างการเยือนกรุงเนปยีดอ โดยย้ำว่า “ความกังวลหลักของผมคือการได้ทราบว่าเธอมีสุขภาพแข็งแรงดี และเธอน่าจะสามารถถูกย้ายไปอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ได้”
อาเซียนได้ห้ามผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมระดับสูง หลังการรัฐประหารในปี 2021 ซึ่งกองทัพที่มีอำนาจได้โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งนำโดยนางออง ซาน ซู จี
ผู้นำรัฐบาลทหาร มิน ออง ไลง์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายน หลังการจัดการเลือกตั้งในประเทศที่ไม่เป็นที่ยอมรับจากชาติตะวันตก ขณะที่ฉันทามติ 5 ข้อที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกับผู้นำเมียนมาไม่มีความคืบหน้าใดๆ มากนัก
เมื่อปีที่แล้ว มาเลเซียซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในขณะนั้น ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแผนสันติภาพดังกล่าว โดยระบุว่า ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับผู้นำทหารของเมียนมาในการยุติความรุนแรง เริ่มต้นการเจรจา และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองได้ทำให้ประชาชนมากกว่า 3.6 ล้านคนต้องพลัดถิ่น และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,800 คน ก่อให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
Read the full article on the publisher site
Matichon →