← Thailand feed

Matichon

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (377)成语故事(377)

Matichon ·

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 十羊九牧shí yánɡ jiǔ mù (ฉือ หยาง จิ่ว มู่) โดย คำว่า

十 shí (ฉือ) แปลว่า สิบ จำนวนสิบ

羊 yánɡ (หยาง) แปลว่า แกะ

九  jiǔ (จิ่ว)  แปลว่า เก้า จำนวนเก้า

牧  mù (มู่)  แปลว่า คนเลี้ยงสัตว์แบบปล่อย

เมื่อรวมกันแล้ว 十羊九牧shí yánɡ jiǔ mù (ฉือ หยางจิ่ว มู่)  หมายถึง คนเลี้ยงสัตว์เก้าคนเลี้ยงแกะสิบตัว มีความหมายว่า การใช้งานคนมากเกินความจำเป็น คนมากกว่างาน หรือองค์กรที่มีระดับการบริหารงานที่สลับซับซ้อนจนทำให้การทำงานด้อยประสิทธิภาพ หรือได้ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงไป มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน

ในสมัยราชวงศ์โจวเหนือ 北周 Běizhōu (เป่ยโจว) ค.ศ.557—581 มีเด็กชายที่ฉลาดมากคนหนึ่งชื่อ หยาง ฉ้างซี Yánɡ Shànɡxī ตั้งแต่ยังเด็กศึกษาเล่าเรียนในถิ่นกำเนิดจนจบ เมื่ออายุสิบเอ็ดปี เขาจึงได้เดินทางไปเมืองฉางอาน 长安Chánɡ’ān (เมืองซีอานในปัจจุบัน) เพื่อศึกษาเล่าเรียนต่อ สำนักวิชาสายหรู儒 Rú (ค่ายวิชาสายขงจื่อ) ยอมรับหยาง ฉ้างซีเข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาของราชสำนักซึ่งมีแต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูง ครั้งหนึ่ง จักรพรรดิแห่งโจวเสด็จประกอบราชพิธีที่สำนักวิชาแห่งนี้  หยางฉ้างซีในวัยสิบแปดปีได้รับคำสั่งให้บรรยายเกี่ยวกับคัมภีร์ความกตัญญูในพิธีนั้น ด้วยถ้อยคำบรรยายที่ไพเราะและคำอธิบายที่ชัดเจน เขาจึงได้รับการชื่นชมจากจักรพรรดิแห่งโจว หลังจากนั้นหยางฉ้างซีก็ยังคงตั้งใจเรียนและศึกษาความรู้ต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นนักปราชญ์ที่มีความรู้กว้างขวางและมีชื่อเสียงแห่งยุค

ต่อมาเกิดการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ขึ้น เมื่อหยางเจี้ยน อัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์โจวเหนือ ยึดอำนาจและสถาปนาราชวงศ์สุยขึ้น隋朝Suí cháo หยางฉ้างซี ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของจักรพรรดิแห่งสุยที่มีนามสกุล05เดียวกันและมีชื่อเสียงที่ดี เขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาบดีการคลัง รับผิดชอบงานด้านการเงินและภาษีของรัฐ  ในช่วงต้นราชวงศ์สุย จักรพรรดิแห่งสุยได้สืบทอดระบบการบริหารบ้านเมืองของราชวงศ์โจวเหนือ โดยการแบ่งเขตการบริหารนั้น จะมีระบบการปกครองท้องถิ่นสามระดับ ได้แก่ จังหวัด อำเภอ และตำบล อย่างไรก็ตาม มีการแบ่งจังหวัดและอำเภอมากเกินไป และมีการแต่งตั้งจำนวนข้าราชการมากเกินไป  ทำให้รัฐต้องใช้เงินงบประมาณมากมาย และเพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ราชสำนักจึงต้องเพิ่มภาษี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนและก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางขึ้น หยางฉ้างซีรู้สึกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ จึงนำความเข้าทูลต่อจักรพรรดิแห่งสุยว่า “ตอนนี้มีจังหวัดและอำเภอมากเกินไป ซึ่งมันมากกว่าในสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่นเสียอีก ในขณะที่ขอบเขตและประชากรกลับเล็กและน้อยกว่ามาก

พร้อมยกตัวอย่างว่า เมืองบางแห่งมีรัศมีน้อยกว่า 100 ลี้ แต่มีหลายอำเภอ บางแห่งมีพลเมืองน้อยกว่า 1,000 ครัวเรือน กลับถูกแบ่งออกเป็นสองอำเภอ ทำให้จำนวนข้าราชการและเสมียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก สถานการณ์ที่มีข้าราชการมากเกินไปและประชาชนน้อยเกินไปนั้น เปรียบเสมือนคนเลี้ยงสัตว์เก้าคนต้อนแกะสิบตัว ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองกำลังคน ทรัพยากร และเงินทุนอย่างมหาศาล” จักรพรรดิทรงเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผล และทรงถามหยางฉ้างซีว่าควรทำอย่างไร หยางฉ้างซีกล่าวว่า “เราควรคงไว้ซึ่งส่วนที่สำคัญและยกเลิกส่วนที่ไม่สำคัญ รวมอำเภอเล็ก ๆ หลายแห่งเข้าด้วยกันเป็นอำเภอใหญ่ เพื่อลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยวิธีนี้ ค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนของข้าราชการจะลดลงอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน เราสามารถโยกย้ายคนที่มีความสามารถไปยังที่ที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อใช้ทรัพยากรและบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จักรพรรดิทรงรับเอาข้อเสนอแนะของหยางฉ้างซีและประกาศปฏิรูปเขตปกครองทั้งหมดในประเทศ ทำให้ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลลดลงอย่างมาก ในขณะที่การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:官多民少,人多于事。

成語比喻:官多民少,人多於事。

Chénɡyǔ bǐyù:Shìwù zhǒnɡlèi fánzá huò biànhuà duōduān.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:   ฉื้ออู้ จงเล่ย์ ฝานจ๋า ฮั่ว เปี้ยนฮว่า ตัวตวน

สุภาษิตเปรียบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่าประชาชน  มีคนมากกว่างาน  หรือ โครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

行政管理人多与执行人的机构,就会形成十羊九牧的架构,严重影响了决策效率。

行政管理人多與執行人的機構,就會形成十羊九牧的架構,嚴重影響了決策效率。

Xínɡzhènɡ ɡuǎnlǐ rén duō yǔ zhíxínɡ rén de jīɡòu,jiù huì xínɡchénɡ shí yánɡ jiǔmù de jiàɡòu, yánzhònɡ yǐnɡxiǎnɡle juécè xiàolǜ.

สิงเจิ้ง กว๋านหลี่ เหริน ตัว หยวี จื๋อสิง เหริน เตอะ จีโก้ว, จิ้ว หุ้ย สิงเฉิง ฉือ หยาง จิ่ว มู่ เตอะ เจี้ยโก้ว, เหยียนโจ้ง หยิงเสี่ยง เลอะ เจว๋เช่อ เซี่ยวลวี่

เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงาน จะทำให้เกิดโครงสร้างซับซ้อนเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประสิทธิภาพในการตัดสินใจ

Read the full article on the publisher site

Matichon →